มาตรการยึดกุมอำนาจอันไร้ปรานีของมกุฎราชกุมารซาอุฯ

 

มาตรการยึดกุมอำนาจอันไร้ปรานีของมกุฎราชกุมารซาอุฯ




 

5 เรื่องน่ารู้ของมกุฎราชกุมารผู้นำความเปลี่ยนแปลงสู่ซาอุฯ


แฟรงค์ การ์ดเนอร์

ผู้สื่อข่าวสายความมั่นคง บีบีซี

ขณะนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในซาอุดีอาระเบีย เจ้าชายหลายพระองค์ รัฐมนตรี และนักธุรกิจนับสิบคนถูกจับกุมและควบคุมตัวไว้ที่โรงแรมหรู ฐานมีส่วนพัวพันกับการคอร์รัปชัน มีการอายัดทรัพย์สินรวมทั้งเครื่องบินส่วนตัวของบุคคลเหล่านี้เอาไว้

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน พระชนมายุ 32 พรรษา ประธานคณะกรรมการต่อต้านการคอร์รัปชัน ทรงเดินหน้าจัดการกับผู้ที่ถูกจับกุมเหล่านั้น จะเป็นเพราะทรงต้องการปราบปรามคอร์รัปชันให้สิ้นซาก? หรือเป็นเพราะทรงต้องการเข้ายึดกุมอำนาจไว้ในพระหัตถ์? คำตอบคือถูกทั้งสองประการ

โรงแรมหรูที่ใช้ควบคุมตัวบรรดาเจ้าชาย รัฐมนตรี และนักธุรกิจ ที่ถูกกล่าวหาฐานมีส่วนพัวพันการคอร์รัปชันImage copyrightREUTERS
คำบรรยายภาพโรงแรมหรูที่ใช้ควบคุมตัวบรรดาเจ้าชาย รัฐมนตรี และนักธุรกิจ ที่ถูกกล่าวหาฐานมีส่วนพัวพันการคอร์รัปชัน

การคอร์รัปชันเกิดขึ้นในทุกวงการในชาติที่ร่ำรวยไปด้วยทรัพยากรน้ำมันแห่งนี้ และผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ก็มีทรัพย์สินพอกพูนขึ้นมาทันตาเห็น บางกรณีคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่าเงินเดือนที่ได้รับจากการดำรงตำแหน่งในรัฐบาลอยู่มากโข และแน่นอนว่าเงินทองเหล่านี้ถูกซุกซ่อนไว้นอกประเทศ

ซาอุดีอาระเบียไม่อาจอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อีกต่อไป ด้วยเพราะจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว ประเทศจะต้องเตรียมวางแผนงานโครงการรองรับการมีงานทำของประชากรกลุ่มนี้

การที่มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด ซึ่งทรงได้รับการบ่มเพาะฝึกปรือจากพระราชบิดา คือ สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน พระชนมพรรษา 81 พรรษา ทรงเดินหน้าจัดการกับบรรดามหาเศรษฐีทั้งหลายที่กำลังเสวยสุขนั้น ก็ด้วยเหตุผลหลายประการ

สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบียทรงแต่งตั้งพระราชโอรสให้เป็นมกุฎราชกุมารเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาImage copyrightAFP
คำบรรยายภาพสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบียทรงแต่งตั้งพระราชโอรสให้เป็นมกุฎราชกุมารเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

พระองค์ทรงต้องการส่งสัญญาณให้เห็นว่าการทำธุรกิจการค้าหรือดำเนินกิจกรรมกันในรูปแบบเดิม ๆ นั้นไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับได้อีกต่อไปแล้ว จะต้องมีการปฏิรูป สร้างความทันสมัย หากต้องการให้ซาอุดีอาระเบียเป็นชาติที่รุ่งเรืองในศตวรรษที่ 21

รัฐบาลของพระองค์ต้องการเข้าไปจัดการกับทรัพย์สินของเอกชนซึ่งอยู่นอกประเทศที่คาดว่ามีมูลค่าราว 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น การที่อัยการสูงสุดของซาอุดีอาระเบีย ออกมาประกาศว่าได้จัดการใน "เฟสแรก" เสร็จสิ้นแล้ว สะท้อนว่าการจับกุมอีกหลายระลอกกำลังจะเกิดขึ้นตามมา

มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมานImage copyrightREUTERS

ราชวงศ์อัล ซาอุด ไม่เคยเปิดเผยว่าทรัพย์สินของเจ้าชายแต่ละพระองค์จากจำนวนหลายพันพระองค์ และครอบครัว มีอยู่มากน้อยเพียงใด

ในปี 2015 มีรายงานว่ามกุฎราชกุมารเองทรงซื้อเรือยอร์ชจากนักธุรกิจชาวรัสเซียเป็นมูลค่า 580 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ในขณะที่คนทั่วไปในซาอุดีอาระเบียขานรับกับการจัดการกับผู้มั่งคั่งทั้งสินทรัพย์และชื่อเสียง แต่ก็หวังว่าจะมีการถ่ายโอนทรัพย์สินเหล่านั้นไปยังหมู่ชนด้วย ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการสืบสวนสอบสวนจะยุติลงเมื่อใด

และแน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชอำนาจด้วยเช่นกัน

มกุฎราชกุมารทรงมีสายสัมพันธ์อันดีกับผู้นำสหรัฐฯImage copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพมกุฎราชกุมารทรงมีสายสัมพันธ์อันดีกับผู้นำสหรัฐฯ

ด้วยพระชนมายุ 32 พรรษา มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน หรือทรงเป็นที่รู้จักในพระนาม เอ็มบีเอส ทรงมีพระราชอำนาจกุมกลไกสำคัญหลายอย่างของประเทศ

ทรงเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่มีอายุน้อยที่สุดในหมู่บรรดาประเทศสำคัญ และยังทรงดำเนินโครงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ทรงประกาศแนวพระราชดำริที่ต้องการทำให้ซาอุดีอาระเบียลดการพึ่งพิงรายได้จากน้ำมันลง

ความที่ทรงเป็นโอรสพระองค์โปรด พระองค์ทรงเป็นผู้ดูแลราชสำนักอันทรงพลัง และทรงมีพันธมิตรที่คอยเกื้อกูล

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงวอชิงตัน และการเดินทางเยือนกรุงริยาดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนพฤษภาคม เป็นสายใยสานสัมพันธ์ระหว่างองค์มกุฎราชกุมารและผู้นำสหรัฐฯ

คนหนุ่มสาวในซาอุดีอาระเบียยังชื่นชมพระองค์ แม้จะทรงนำพาประเทศสู่ห้วงสงครามที่ไม่มีทางชนะกับเยเมน ทั้งยังคว่ำบาตรชาติเพื่อนบ้านอย่างกาตาร์

แต่ในเวลาเดียวกัน กลุ่มคนหัวเก่ามีมุมมองไปอีกอย่าง

เริ่มตั้งแต่การผลักดันองค์มกุฎราชกุมารอ่อนอาวุโสและไม่เคยผ่านการทดสอบฝีมือในด้านใดให้ขึ้นเป็นผู้ที่จะสืบราชสมบัติต่อไปถือเป็นการทำลายธรรมเนียมการสืบสันตติวงศ์ที่เคยทำกันมา

เจ้าชายมีเต็บ บิน อับดุลลาห์ ถูกปลดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติImage copyrightREUTERS
คำบรรยายภาพเจ้าชายมีเต็บ บิน อับดุลลาห์ ถูกปลดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ

นอกจากการจับกุมเจ้าชายหลายพระองค์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงแล้ว เจ้าชายมีเต็บ บิน อับดุลลาห์ ยังถูกปลดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติด้วย

เจ้าชายมีเต็บ ไม่เคยถือได้ว่าเป็นคู่แข่งที่แท้จริงของมกุฎราชกุมาร แต่ผู้ที่คุมกองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติมายาวนาน 51 ปี ก็คือสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ และพระราชโอรสของพระองค์

บัดนี้เครือข่ายอุปถัมภ์และพันธมิตรอยู่ในสภาพระส่ำระสาย

มกุฎราชกุมารเองทรงตระหนักดีว่าความปรารถนาของพระองค์ในการปฏิรูปประเทศอาจต้องเผชิญแรงต้าน แต่ทรงแสดงให้เห็นว่าทรงพร้อมที่จะจัดการกับผู้ใดหรือสิ่งใดก็ตามที่เป็นอุปสรรคขวากหนาม

ขณะนี้ไม่มีผู้ใดอีกแล้วในซาอุดีอาระเบียที่จะมีอำนาจชัดเจนทัดเทียมองค์มกุฎราชกุมาร และพระองค์อาจทรงก้าวขึ้นเป็นพระราชาธิบดี ปกครองประเทศไปอีกยาวนานถึงครึ่งศตวรรษ

สมาชิกราชวงศ์หลายพระองค์ติงว่ามกุฎราชกุมารทรงมีอำนาจเปี่ยมล้นในเวลาอันรวดเร็ว และอาจกังวลด้วยว่าบรรดานักการศาสนาหัวเก่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อไปในระยะยาว

การก้าวขึ้นเป็นผู้ปกครองประเทศอันเป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์ทางศาสนาอิสลามสองแห่ง คือนครเมกกะ และเมดินา (สมเด็จพระราชาธิบดีทรงมีสถานะเป็น "ผู้พิทักษ์มัสยิดศักดิ์สิทธิ์สองแห่ง) นั้น ราชวงศ์อัล ซาอุด ต้องได้รับความเห็นชอบตามกฎหมายจากหมู่นักการศาสนา

การยกเลิกกฎห้ามผู้หญิงขับรถสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสังคมซาอุดีอาระเบียImage copyrightAFP
คำบรรยายภาพการยกเลิกกฎห้ามผู้หญิงขับรถสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสังคมซาอุดีอาระเบีย

ขณะที่การยกเลิกกฎห้ามผู้หญิงขับรถสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสังคมซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมกุฎราชกุมารตรัสว่าซาอุดีอาระเบียต้องการกลับไปเป็นประเทศอิสลามสายกลาง

ที่ผ่านมาบรรดานักการศาสนายอมรับที่ถูกลดทอนอำนาจบางส่วนลง และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมายังยอมรับที่จะให้ยกเลิกกฎห้ามไม่ให้ผู้หญิงขับรถ แม้จะเคยคัดค้านเรื่องนี้มาโดยตลอด

ทว่า นักการศาสนาเหล่านี้จะมีปฏิกิริยาอย่างไรหากซาอุดีอาระเบียจะเปิดให้มีโรงภาพยนตร์และสถานบันเทิงแบบตะวันตกอย่างที่วางแผนไว้?

แล้วชุมชนภาคธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับการปราบปรามคอร์รัปชัน? เงินทุนจากต่างชาติจะไหลเข้าหรือไหลออกจากประเทศ?

และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ มกุฎราชกุมารจะทรงทำตามคำมั่นสัญญาว่าจะสร้างงานรองรับประชาชนคนหนุ่มสาวได้จริงหรือไม่?

ไม่ช้าก็เร็ว คงจะได้เห็นกันว่าการปราบปรามการคอร์รัปชันที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น จะนำพาซาอุดีอาระเบียไปสู่การเป็นประเทศที่ดีกว่า ใสสะอาดกว่า หรือจะหลอมละลายกาวที่ยึดเหนี่ยวส่วนเสี้ยวต่าง ๆ ของชาติอันซับซ้อนแห่งนี้ให้แตกแยกออกจากกัน