เผยแพร่วันที่ 17พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ข้อเสนอต่อฝ่ายตุลาการ
ต่อกระบวนการยุติธรรมในคดีความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
นับแต่มีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามฉบับ คือ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551[1] ในพื้นที่อำเภอจะนะ นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย ของจังหวัดสงขลา ดังนั้น คดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์[2]ที่พยานหลักฐานจะมีจุดเริ่มต้นของการได้มาจากการจับกุมคุมขังบุคคลภายใต้กฎหมายพิเศษและการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งกฎหมายพิเศษนั้นไม่ได้ให้สิทธิแก่ผู้ถูกควบคุมที่ถูกควบคุมตัวไว้เพื่อซักถามและต่อมาได้ตกเป็นผู้ต้องหาตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักการดำเนินคดีที่เป็นธรรม เช่น การซักถามโดยที่ไม่มีบุคคลที่ตนไว้วางใจหรือทนายความเข้าร่วมฟังการซักถาม ดังนั้น พยานใดๆที่ได้มาจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษนั้นเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยวิธีการที่ไม่โปร่งใส และไม่อาจรับฟังได้ในการพิจารณาคดี เนื่องจากองค์กรตุลาการนับว่าเป็นองค์กรเดียวที่จะเป็นองค์กรที่จะสามารถตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจได้ ข้อเสนอต่อไปนี้ จึงเป็นข้อเสนอประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ และ ศาลควรวางบทบาทอย่างไร เพื่อคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของประชาชน