Skip to main content

 

แถลงการณ์ประณามเหตุระเบิด และเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีตามหลักการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม

640_79bk969a6adehk9egd5ha

English version is below;

แถลงการณ์ประณามเหตุระเบิด

และเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีตามหลักการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม

ตามที่เมื่อวันที่  11-14 สิงหาคม 2559 ได้เกิดเหตุวางเพลิงและระเบิดขึ้น 17 จุดใน 7 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก   และนำมาสู่การใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 ในการควบคุมตัวบุคคลซึ่งต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดและการวางเพลิงดังกล่าวในหลายพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. 59 เป็นต้นมา โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับรายงานว่ามีการควบคุมตัวบุคคลกว่า 10 รายซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าว โดยวันที่ 15 สิงหาคม 2559 ญาติของผู้ถูกควบคุมตัวอย่างน้อยสี่รายรวมถึงทนายความไม่สามารถติดต่อและเข้าพบผู้ถูกควบคุมตัวในมณฑลทหารบกที่  11 ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารกล่าวอ้างว่ามีการควบคุมตัวได้

องค์กรสิทธิมนุษยชนตามรายชื่อข้างท้ายเห็นว่า แม้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวจำเป็นต้องเร่งหาตัวผู้กระทำความผิดโดยเร็ว แต่กระบวนการหาตัวผู้กระทำความผิดยังจำเป็นต้องเคารพหลักการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมตามข้อ 9 และข้อ 14 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม กล่าวคือ  บุคคลจะถูกจับกุมหรือควบคุมโดยอำเภอใจมิได้ ในขณะจับกุมบุคคลใดที่ถูกจับกุมจะต้องได้รับแจ้งถึงเหตุผลในการจับกุม และจะต้องได้รับแจ้งถึงข้อหาที่ถูก จับกุมโดยพลัน และบุคคลที่ต้องหาว่ากระทำความผิดย่อมได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในการติดต่อทนายความ นอกจากนี้การควบคุมตัวบุคคลในสถานที่ปิดลับและไม่อนุญาตให้ผู้ถูกควบคุมตัวติดต่อญาติยังขัดต่อพันธกรณีตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับซึ่งประเทศไทยได้ลงนามแล้วและคณะรัฐมนตรีได้มีมติคณะรัฐมนตรีให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาดังกล่าวอีกด้วย

องค์กรสิทธิมนุษยชนดังมีรายชื่อข้างท้ายจึงมีความเห็นและข้อเรียกร้องต่อสถานการณ์ดังกล่าวดังต่อไปนี้

1.ขอประณามผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงจากการวางเพลิงและระเบิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ และขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวไม่ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นจะมีวัตถุประสงค์เพื่อการใด

2.ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระบวนการยุติธรรมตามปกติในการแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้กระทำความผิดโดยเร็ว ดำเนินการโดยเคารพหลักการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และพิจารณาคดีโดยศาลพลเรือน

3.ขอให้เจ้าหน้าที่ทหารยุติการใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58 หรือตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราวแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557และเปิดเผยสถานที่ของผู้ถูกควบคุมตัวพร้อมทั้งให้หลักประกันว่าผู้ถูกควบคุมตัวจะได้รับสิทธิในการพบญาติและสิทธิในการปรึกษาทนายความเป็นการส่วนตัว

ด้วยความเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

Public Statement

Condemning Bomb Attacks in Southern Thailand, Demanding Fair Trial Rights and Transparent Investigation

 

During 11-14 August 2016, 17 explosions took place in seven provinces in Southern Thailand causing a number of lives and damages. Since 13 August 2016, the Thai authorities have responded by invoking Section 44 of the Constitution of the Kingdom of Thailand (Interim), B.E. 2557 (2014) to hold in custody several suspects who may allegedly be involved with the bomb and arson attacks. According to the information reported to the Thai Lawyers for Human Rights (TLHR), more than ten individuals have now been held in custody following the blasts. As of 15 August 2016, relatives and lawyers of at least four suspects have been  unable to communicate with, and have been denied access to those who have been reportedly being held in military custody at the Bangkok’s  11th Military Circle.

Even though there is a compelling reason for the authorities to act promptly to bring the perpetrators to justice, the undersigned human rights organizations have found the process of identifying the perpetrators not in compliance with the rights to fair trial as provided in Articles 9 and 14 of the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR). As a state party, Thailand is obliged to act in its compliance, i.e. a person can neither be subject to an arbitrary arrest nor detention, during the arrest, the individual must be informed of the reasons of the arrest and the charges promptly, and the person alleged to have committed the crime must be guaranteed basic rights including the right to have access to lawyer. In addition, the deprivation of liberty of individuals in an undisclosed place and the denial of their access to their relatives may amount to a breach to the obligations under the International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance, which has been acceded by Thailand and the Cabinet Resolution has been made to ratify the Convention as well.

The undersigned human rights organizations have the following opinion and demand regarding the situation;

  1. We condemn the perpetrators of the violence including the bomb and arson attacks in various places in the South of Thailand and would like to offer our deepest condolence to people who have been affected regardless of what is the cause that has prompted such violence.
  2. We urge the law enforcement officials to use the normal justice process in their investigation to acquire evidence and to bring to justice the perpetrators without delay. All the procedures must be carried with respect to human rights principle and the trials must be conducted in a civilian court.
  3. We urge the military officials to stop invoking power either from the Head of the NCPO Order No.3/2016 or Section 44 of the Constitution of the Kingdom of Thailand (Interim), B.E. 2557 (2014) and to disclose the places where all the individuals have been deprived of liberty. The suspects must also be allowed to have visits by their families and access to their lawyers in private meetings.

 

With respect in the rights and freedoms of the people

 

Thai Lawyers for Human Rights (TLHR)

Cross Cultural Foundation (CrCF)

Community Resources Centre Foundation (CRC)

Human Rights Lawyers Association (HRLA)

Union for Civil Liberty (UCL)

ENLAWTHAI Foundation (EnLAW)