แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนักการเมืองหรือเพื่อประชาชน

baocd12's picture

แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนักการเมืองหรือเพื่อประชาชน

 

บาว นาคร*

 

ในช่วงระยะเวลา 78 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาแล้วรวมถึง 18 ฉบับ ซึ่งการยกเลิกและประกาศใช้รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับนั้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยใช้กำลังเข้ายึดอำนาจในรูปแบบของการทำรัฐประหาร และการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองระหว่างกลุ่มชนชั้นนำทางการเมือง จนมาถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นฉบับปัจจุบันประกาศใช้วันที่ 24 สิงหาคม 2550 มีทั้งหมด 309 มาตรา

 

ในท่ามกลางกระแสข่าวและสถานการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบัน ที่มีทั้งข่าวลือเรื่องการปฏิวัติ การยุบสภา รวมทั้งประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา บ่งบอกได้ถึงเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐบาลปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร ตลอดจนความเห็นต่างระหว่างรัฐบาลกับพรรคร่วมรัฐบาลในประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีทั้งกลุ่มที่สนับสนุนและกลุ่มที่ไม่สนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งกลุ่มนักการเมืองและพรรคการเมืองที่มีแนวคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550

 

สาระสำคัญในการแก้ไขในมาตราหลัก คือ มาตรา 94 และมาตรา 190 นั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง อีกประเด็นหนึ่งก็คือการทำหนังสือสนธิสัญญาระหว่างประเทศนั้น เมื่อพิจารณาจากเหตุผลในทั้งสองประเด็นหลักของกลุ่มนักการเมืองที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้แก่ แก้ไขมาตรา 94 โดยให้เหตุผลว่า “เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทำให้เขตเลือกตั้ง หรือเขตพื้นที่ที่ ส.ส.ปฏิบัติงานนั้นมีขนาดเล็กลงเป็นเขตเดียวคนเดียวซึ่งจะทำให้ประชาชนเข้าถึงส.ส.ได้มากกว่า และส.ส.มีโอกาสทำงานรับใช้ทำงานให้ประชาชนได้ทั่วถึงกว่า และเป็นการสร้างความเท่าเทียม เสมอภาคในการเลือกตั้งของประชาชน เพราะ 1 เสียงเลือก ส.ส.ได้ 1 คน” ส่วนประเด็นการให้เหตุผลในการแก้ไขมาตรา 190 นั้นว่า “เพื่อปรับปรุงข้อกำหนด รัฐบาลทำสัญญานานาชาติ หรือองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการทำงานของรัฐบาลอย่างมาก โดยเฉพาะเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง รัฐบาลต้องมีความคล่องตัวพอสมควรในการทำงานเพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพแข่งขันในเวทีโลก”

 

ซึ่งจากเหตุผลและคำอธิบายดังกล่าวนั้น ผู้เขียนมีมุมมองว่า ไม่มีประเด็นใดที่กล่าวอ้างมาจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง หากแต่เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองของทั้งผู้สนับสนุนและไม่สนับสนุนที่มักจะกล่าวอ้างถึง “ประชาชน” มาเป็นวาทกรรมหลักเพื่อตอบสนองความต้องการและผลประโยชน์ของนักการเมืองเองเท่านั้น ทั้งเรื่องประเด็นเขตการเลือกตั้งและประเด็นการตัดสินใจของรัฐสภาในการทำหนังสือสำคัญระหว่างประเทศ

 

แต่เมื่อมาพิจารณาถึงความรู้ความเข้าใจเนื้อหาสาระในรัฐธรรมนูญของประชาชนนั้น มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ผลการสำรวจของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2552 เรื่อง สำรวจการอ่านรัฐธรรมนูญ และความคิดเห็นต่อข่าวปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในรัฐบาลชุดปัจจุบัน : กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศนั้นพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับ คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.1 ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 40 ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.2 ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 50 นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.3 ยังคงคิดด้วยว่าประชาชนเองก็ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจมากเพียงพอถ้าจะต้องตัดสินใจลงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ (http://www.abacpoll.au.edu/nandi/2552/nandi_poll101052.html)

 

ถึงแม้ว่า การสำรวจครั้งนี้จากกลุ่มตัวอย่างของประชาชนจาก 17 จังหวัด หากว่าผลการสำรวจนั้นสะท้อนนัยสำคัญและข้อเท็จจริงบางประการออกมาให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่นั้นไม่เคยได้อ่านรัฐธรรมนูญทั้งฉบับปี 2540 และฉบับปี 2550 มากถึงกว่าร้อยละ 65 และคิดว่าตนเองยังไม่มีความรู้ความเข้าใจมากพอ ถ้าหากจะต้องตัดสินใจลงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นประเด็นที่สำคัญมากที่สุดหรือไม่ที่จะดำเนินการแก้ไข มีวาระและประเด็นอื่นๆของประเทศที่สำคัญและเป็นปัญหาสำคัญที่ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนหรือไม่ เช่น ความแตกแยกทางคิดและอุดมการณ์ทางการเมือง ความสามัคคีของคนในประเทศ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความอยู่ดีมีสุขของประชาชนในประเทศ ซึ่งทุกฝ่ายควรที่จะร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาและหาทางออกร่วมกัน

 

การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นผู้เขียนมีมุมมองว่า เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าควรมีการแก้ไขในบางประเด็นและต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศ รวมทั้งควรมีการพิจารณากฎหมายหรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญในประเด็นต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่แก้ไขเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อนักการเมืองหรือพรรคการเมืองเท่านั้น ไม่ควรมีวาระซ่อนเร้นอื่นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญทำอย่างไรจะเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญให้กับประชาชน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย

 



* บุญยิ่ง ประทุม . baocd12@hotmail.com

 

ลงทะเบียนรับข่าวสาร |
RSS Feed Twitter
บล็อกล่าสุด
อย่าปล่อยให้ จีที 200 กลายเป็นเครื่องมือการเมือง
Summarizing Six Years of the Southen Fire: Dynamics of Insurgency and Creation of the New Imagined Violence
สรุปหกปีไฟใต้: พลวัตการก่อความไม่สงบกับการสร้างจินตกรรมของการก่อความรุนแรง
อัตลักษณ์นักศึกษามุสลิมกับปัญหาการอยู่ร่วมในรั้วมอ.หาดใหญ่
วิวาทะการทำหน้าที่สื่อมวลชนแบบไทยไทยที่ชายแดนใต้กับการโต้ตอบของคนสามจังหวัด
อัตลักษณ์
บทเรียนจากเครื่อง จีที 200 - 1 ชั่วโมงเต็ม
VIS Report: Surveillance of Injuries over the past 3 years (January 2007 - December 2009)
ทหารไม่เปลี่ยนใจ ยังคงมั่นใจในความแม่นยำของเครื่องจีที 200 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และระบุว่า จะใช้งานเครื่องจีที 200 ต่อไป"
ภายใต้ดวงอาทิตย์ประเทศสารขัณฑ์ ไม่มีอะไรที่รัฐบาล ทหาร ตำรวจ ทำไม่ได้
จดหมายเปิดผนึก: กองทัพบกต้องเลิกใช้ GT200 และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
จีที 200 :คนใช้ก็อันตราย คนตกเป็นเป้าหมายก็สูญเสีย
ผ่าการ์ด GT200 แม่ง ขาวโอโม ดีจัง ไม่เห็นอะไรเลย
สิทธิวิวาทะ...ชาวบ้านเขียนกฎหมาย ได้จริงหรือ?
GT200 ตรวจจับความไม่โปร่งใสในการสั่งซื้อ ได้แม่นยำกว่าระเบิด
ใครช่วยไปปราบเซียนทีเถิด รุ่นนี้มีแบตด้วย ปล่อยไว้นานความเชื่อจะซึมลึก เป็นภัยมหันต์
โปรดฟังชัดๆ อีกครั้ง ll โยนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงพื้นที่อธิบาย นอกจากนี้ยังจะฉวยโอกาสซื้อของที่แพงกว่าจีที 200 !!!
นักข่าวพลเมือง สื่อใหม่ขับเคลื่อนสังคมไทย
CNN แฉ GT200 ที่ทหารไทยใช้ ลวงโลก แหกตา
วิพากษ์ภาพยนตร์โฆษณา “ตลาด” และ “รถเมล์” กับการลดความรุนแรงต่อสตรีในสังคมไทย