จดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ ให้ตรวจสอบตำรวจซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัย สภ.ปะแต จังหวัดยะลา

CrCF's picture

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ทำหนังสือเปิดผนึกถึงนายกฯ ผบตร.
ให้ตรวจสอบตำรวจซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัย สภ.ปะแต จังหวัดยะลา
 

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2552  ทางโครงการเข้าถึงความยุติธรรมและการคุ้มครองทางกฎหมาย ภายใต้มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้ทำหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ตรวจสอบตำรวจซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัย สภ.ปะแต จังหวัดยะลา มีรายละเอียดดังนี้
 
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีผู้ต้องสงสัยถูกซ้อมทรมานในสถานีตำรวจปะแต อ. ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552 จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่านายชมาน ปะแตบือแน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งกายชุดเครื่องแบบอยู่ในสภาพที่เมาเหล้าและมีกลิ่นเหล้าติดตัว เข้าไปเปิดห้องขังแล้วถามนายชมานว่า “มึงเป็นครูฝึกใช่ไหม” นายชมานตอบว่า “ไม่” จากนั้นก็ถูกทำร้ายร่างกาย เช่น เจ้าหน้าที่ใช้เท้าที่ยังสวมรองเท้าขยี้ไปที่บริเวณแก้มและกกหูด้านซ้ายประมาณ 2-3 ครั้ง ทำให้มีรอยช้ำและรอยถลอก จากนั้นก็เตะที่บริเวณแผ่นหลัง คอ และศีรษะอีกนับสิบครั้ง แผ่นหลังของนายชมานยังคงมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายมีอาการบาดเจ็บบริเวณหลังจากการถูกเหยียบทำร้าย และบริเวณใบหน้าด้านซ้ายมีร่องรอยการถูกทำร้ายเป็นรอยแดง  ขณะนี้ถูกฝากขังครั้งที่ 1 ที่เรือนจำจังหวัดยะลา   กรณีนายสมาน ปะแตบือแน นับเป็นกรณีที่ 18 จากการตรวจสอบและการรับเรื่องร้องเรียนเรื่องการซ้อมทรมานนับแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2552 และนับเป็นกรณีที่สองที่การทำร้ายร่างกายผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นในสถานีตำรวจปะแต อ. ยะหา จ.ยะลา

เมื่อระหว่างวันที่ 30 มีนาคม -2 เมษายนพ.ศ. 2552 มีหลักฐานเชื่อได้ว่ามีผู้ต้องสงสัยอีกหนึ่งรายคือนายมะคอเซ็ง เปาะแต ถูกซ้อมทำร้ายร่างกายอาการสาหัส ขณะที่ถูกควบคุมตัวและถูกสอบสวนที่สถานีตำรวจปะแต อ. ยะหา จ.ยะลา  และต้องได้รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ปัจจุบันถูกควบคุมตัวที่เรือนจำยะลา    โดยทางมูลนิธิฯได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังท่านแล้วเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ตามเอกสารที่แนบมาด้วยนี้

โดยระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2552 – เดือนเมษายน พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมาศูนย์ทนายความมุสลิมและหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า  17 กรณี  กรณีการทรมานและทำร้ายร่างกายผู้ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับความไม่สงบในสามจังหวัดภาคใต้ ซึ่งมีสถิติลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ใน 4 -5 ปีที่ผ่านๆ มา เนื่องจากการกำกับดูแลและการเอาผิดเอาโทษกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดอย่างจริงจัง    โดยมีสองกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารได้ตรวจสอบและลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอย่างจริงจัง   แต่ก็ มีหลายกรณีที่ทางราชการไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบและลงโทษอย่างจริงจัง และผู้เสียหายก็ไม่สามารถจะดำเนินคดีได้ด้วยตนเอง  เนื่องจากผู้เสียหายและพยานเกิดความหวาดกลัวว่าตนเอง ครอบครัวและชุมชนมักจะตกอยู่ในอันตราย
               
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐหรือการรู้เห็นเป็นใจของเจ้าหน้าที่ในลักษณะดังกล่าวนี้จะส่งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการสร้างความสมานฉันท์   บั่นทอนหลักนิติธรรมของประเทศไทย   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการทำลายความไว้วางใจที่สังคมมีต่อเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐในสามจังหวัดภาคใต้  

โดยตามรัฐธรรมนูญปีพ.ศ. 2550 ได้รับรองสิทธิในชีวิตและร่างกาย และห้ามไม่ให้มีการทรมาน      อีกทั้งประเทศไทยได้เข้าเป็นรัฐภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม   หรือย่ำยี ศักดิ์ศรี  (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment- CAT) ซึ่งมีผลให้ประเทศไทยมีพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาฉบับดังกล่าวอย่างเคร่งครัดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550

ดังนั้นจึงเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้โปรดดำเนินการให้มีการทำการสอบสวนโดยทันทีและดำเนินการกำกับดูแลการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บังคับกฎหมายอย่างเคร่งครัดให้เคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน ห้ามการซ้อมทรมานโดยเด็ดขาด   กรณีพบว่ามีหลักฐานเชื่อได้ว่ามีการกระทำจริงขอให้โปรดย้ายหรือลงโทษทางวินัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกโดยจะต้องดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด ทั้งทางวินัยและทางอาญา รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือและเยียวยา ปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยแก่เหยื่อและผู้ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงดังกล่าวอย่างเหมาะสม  

ลงทะเบียนรับข่าวสาร |
RSS Feed Twitter
บล็อกล่าสุด
Summarizing Six Years of the Southen Fire: Dynamics of Insurgency and Creation of a Vision of Instigating Violence
สรุปหกปีไฟใต้: พลวัตการก่อความไม่สงบกับการสร้างจินตกรรมของการก่อความรุนแรง
อัตลักษณ์นักศึกษามุสลิมกับปัญหาการอยู่ร่วมในรั้วมอ.หาดใหญ่
วิวาทะการทำหน้าที่สื่อมวลชนแบบไทยไทยที่ชายแดนใต้กับการโต้ตอบของคนสามจังหวัด
อัตลักษณ์
บทเรียนจากเครื่อง จีที 200 - 1 ชั่วโมงเต็ม
VIS Report: Surveillance of Injuries over the past 3 years (January 2007 - December 2009)
ทหารไม่เปลี่ยนใจ ยังคงมั่นใจในความแม่นยำของเครื่องจีที 200 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และระบุว่า จะใช้งานเครื่องจีที 200 ต่อไป"
ภายใต้ดวงอาทิตย์ประเทศสารขัณฑ์ ไม่มีอะไรที่รัฐบาล ทหาร ตำรวจ ทำไม่ได้
จดหมายเปิดผนึก: กองทัพบกต้องเลิกใช้ GT200 และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
จีที 200 :คนใช้ก็อันตราย คนตกเป็นเป้าหมายก็สูญเสีย
ผ่าการ์ด GT200 แม่ง ขาวโอโม ดีจัง ไม่เห็นอะไรเลย
สิทธิวิวาทะ...ชาวบ้านเขียนกฎหมาย ได้จริงหรือ?
GT200 ตรวจจับความไม่โปร่งใสในการสั่งซื้อ ได้แม่นยำกว่าระเบิด
ใครช่วยไปปราบเซียนทีเถิด รุ่นนี้มีแบตด้วย ปล่อยไว้นานความเชื่อจะซึมลึก เป็นภัยมหันต์
โปรดฟังชัดๆ อีกครั้ง ll โยนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงพื้นที่อธิบาย นอกจากนี้ยังจะฉวยโอกาสซื้อของที่แพงกว่าจีที 200 !!!
นักข่าวพลเมือง สื่อใหม่ขับเคลื่อนสังคมไทย
CNN แฉ GT200 ที่ทหารไทยใช้ ลวงโลก แหกตา
วิพากษ์ภาพยนตร์โฆษณา “ตลาด” และ “รถเมล์” กับการลดความรุนแรงต่อสตรีในสังคมไทย
วิวาทะการทำหน้าที่ “สื่อมวลชนแบบไทย ไทย ที่ชายแดนใต้ ” : กับการโต้ตอบของคนสามจังหวัด