ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน-ไม่รับคำร้องเพิกถอนคำสั่งไต่สวนการตายกรณีตากใบ

CrCF's picture
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
เผยแพร่วันที่ 8 มิถุนายน 2555
 
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นไม่รับคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งไต่สวนการตาย
กรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบ
 

                วันนี้ 8 มิ.ย. 55 เวลา 9.00 น. ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ใน กรณีญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบจำนวน 34 คน  ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาให้เพิกถอนคำสั่งไต่สวนการตายของศาลจังหวัดสงขลา เนื่องจากเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และศาลอาญามีคำสั่งไม่รับคำร้อง  ผู้ร้องจึงได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลอาญา  โดยศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่า “ ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ว่า ศาลอาญามีอำนาจพิจารณาคดีนี้หรือไม่  เห็นว่าศาลจังหวัดสงขลารับคดีไว้และทำการพิจารณาพิพากษาไปแล้ว  นางสาวมัสตะกับพวกจึงมาคำร้องต่อศาลอาญา  ซึ่งกรณีเช่นนี้ศาลอาญาจึงไม่อาจรับคดีไว้พิจารณาได้อีก เป็นการต้องห้ามตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ. 2535 มาตรา 15  ที่ศาลอาญามีคำสั่งไม่รับคำร้อง  ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย  อุทธรณ์ของนางสาวมัสตะ กับพวกรวม 34 คน ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ”

                คดีนี้  เนื่องจากเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2552 ศาลจังหวัดสงขลาได้มีคำสั่งในคดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพหรือคดีไต่สวนการตายกรณีผู้เสียชีวิตในระหว่างการขนย้ายผู้ชุมนุมบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จังหวัดนราธิวาส ไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 78  คน  โดยศาลจังหวัดสงขลาได้มีคำสั่งว่า ผู้ตายทั้ง  78  คน  เสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ ในระหว่างอยู่ในความควบคุมตัวของเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติราชการตามหน้าที่

                ญาติผู้เสียชีวิตเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นไปโดยถูกต้อง และไม่เป็นธรรม ตามรัฐนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ม. 3 , 27, 28, 32, 197 กติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 2, 6, 7, 14 และไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา ม.150  เนื่องจากหน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง  แต่กรณีผู้เสียชีวิตในระหว่างการขนย้ายผู้ชุมนุมในเหตุการณ์ตากใบนี้  เมื่อรับฟังจากคำให้การพยานในคดีแล้ว  เห็นว่า  การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานเป็นไปโดยไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม  เมื่อวันที่ 29  มิถุนายน  2552  ญาติผู้เสียชีวิตจำนวน 34 คน  จึงได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพของศาลจังหวัดสงขลา ต่อศาลอาญา โดยอาศัยสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลอาญามีเขตอำนาจทั่วอาณาจักร  เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้คำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพถึงที่สุด จึงไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งของศาลจังหวัดสงขลาต่อศาลอุทธรณ์ได้

                ต่อมา ศาลอาญามีคำสั่งไม่รับคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งไต่สวนชันสูตร  เนื่องจากเห็นว่าศาลอาญาและศาลจังหวัดสงขลาเป็นศาลยุติธรรมชั้นต้นด้วยกัน เมื่อคดีศาลสงขลารับคดีไว้พิจารณาแล้ว ศาลอาญาจึงไม่อาจพิจารณาได้อีก  ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2552  ญาติผู้เสียชีวิตดังกล่าวจึงได้อุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำร้องของศาลอาญาต่อศาลอุทธรณ์  จึงได้มีการคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าว

 

 

ลงทะเบียนรับข่าวสาร |
RSS Feed Twitter
บล็อกล่าสุด
สัมภาษณ์ท่านฮาซัน ตอยิบ (1)
หอมกลิ่นโรตี...1
ข้อคิดพื้นฐานบางประการเกี่ยวกับการรายงานข่าวกระบวนการสันติภาพ
ข้อสังเกตเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จะใกล้หรือไกลเพียงไร?: เปรียบเทียบกระบวนการสันติภาพฟิลิปปินส์และไทย
ปัญหาของอดีตปาตานี 3: ปาตานีดารุสลาม บาดแผล และความเกลียดชัง
ความรุนแรงระหว่างการพูดคุย (3): สถิติการก่อเหตุความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ 29 เม.ย. - 12 มิ.ย. 2556
พูดคุยสันติภาพ ครบรอบ 4 ปี ไอร์ปาแย กับเหตุการณ์ (ที่ยังเกิดขึ้นเป็น) ปกติ
เจ้าพญาตานีปลอมแปลง สันติภาพจึงแปลกปลอม
บันทึกจากอาเจะห์ “บอกกล่าวเล่าเรื่อง”
เปิดร่าง "โรดแมปสันติภาพ" ฉบับประชาสังคมชายแดนใต้
การแปลคำแถลงการณ์ทาง youtube จากขบวนการ BRN
ปัญหาของอดีตปาตานี 2: ปืนใหญ่และปาตานีในจินตนากรรม
K4DS Post ข่าวสารจากโครงการ Knowledge for Deep South ประจำเดือนมิถุนายน ปี 2556
ลมหายใจปลายด้ามขวาน: ‘ตาใน’ ของ ‘น้องเดียว’
ถ้าถวิล เปลี่ยนศรี คัมแบค
สรุปสถิติเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 1-31 พฤษภาคม พ.ศ.2556
สัมภาษณ์พิเศษ เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทยและกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลาเกี่ยวกับชายแดนใต้
ปัญหาของอดีตปตานี 1: มุมกลับของ "รัฐไทยในฐานะเจ้าอาณานิคมสยาม"
ขังกาย แต่มิอาจขังความคิด (บทกวีนี้มอบแด่อันวาร์และสหาย)