“อุมมะฮฺ” ประชาสังคมมุสลิม (ตอนต้น)

Ekkarin's picture

 

“อุมมะฮฺ” ประชาสังคมมุสลิม (ตอนต้น)
 
เอกรินทร์ ต่วนศิริ
 
หนังสือ หลักชัยอิสลาม “ไมล์สโตนส์” โดย ซัยยิด กุฏฏุบ์ ความสำคัญของหนังสือเล่มนี้ที่ข้าพเจ้าคิดว่าสำคัญมีอยู่ 3 ประการ
 
1/ หนังสือเล่มนี้ถือได้ว่าเป็นหนังสือที่ได้รับการยอมรับและนำมาใช้ในขบวนการเคลื่อนไหวของมุสลิมทั่วโลกหลังจากที่มีกลุ่มขบวนการเคลื่อนไหวอิสลามที่มีชื่อ “อัลอิควาน อัล-มุสลิมูน” เป็นขบวนการเคลื่อนไหวเรียกร้องเพื่อกลับสู่อิสลาม เรียกร้องให้นำกฎหมายอิสลามมาใช้ในชีวิตประจำวัน แหล่งกำเนิดของกลุ่มอยู่ที่ประเทศอียิปต์ ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลามทั่วโลก ได้รับอิทธิพลจากกลุ่มขบวนการเคลื่อนไหวข้างต้น แม้ว่าหลังจากเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 สถานการณ์ของโลกได้ให้ความสำคัญแก่กลุ่มตาลีบัน แต่หากมองไปถึงตัวบุคคลสำคัญของกลุ่มตาลีบัน ก็จะพบว่าส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลมาจากลุ่ม “อัลอิควาน อัล-มุสลิมูน” 
 
2/ หนังสือเล่มนี้ ในทรรศนะของข้าพเจ้าและประสบการณ์ส่วนตัว ได้พบว่าเป็นหนังสือที่เยาวชนนักศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีนิยมอ่านกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่ได้ทำกิจกรรม ซึ่งในวงเสวนาเล็กๆของการพูดคุยแลกเปลี่ยน ก็จะหยิบยกหนังสือเล่มนี้มาอ้างอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งในวงเสวนาครั้งหนึ่งของการประชุมเรื่องความมั่นคงกับอาเซียน ท่านอดีตวุฒิสมาชิกกรุงเทพฯ โสภณ สุภาพงษ์ ได้กล่าวถึงเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับอิทธิพลจากการได้อ่านหนังสือ “ไมล์สโตนส์”
 
3/ หนังสือเล่มนี้แม้ว่าไม่ได้กล่าวถึง เรื่อง “ประชาสังคม” อย่างตรงๆ ในชื่อหนังสือ แต่ด้วยเนื้อหาแล้ว อาจจะกล่าวได้ว่าหนังสือเล่มนี้ ได้ช่วยให้ความกระจ่างในเรื่องการแนวคิด “ประชาชาติมุสลิม” หรือชุมชนมุสลิม และด้วยเนื้อหา ก็พบได้ว่ามุ่งไปสู่การวิเคราะห์แนวคิดที่อิสลามกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
           
       โดยเนื้อหาหลักของหนังสือเล่มนี้ ได้พยายามอธิบายการเรียกร้องให้ประชาชาติมุสลิมได้ร่วมกันเปลี่ยนแปลงสังคมโดยยึดหลักแบบแผนการทำงานในรูปแบบของอิสลาม และได้กล่าวถึงเรื่อง”คุณค่าของอารยธรรมอิสลาม” ที่ไม่ได้มองเพียงแค่การเจริญทางด้านวัตถุทางด้านกายภาพที่ปรากฏอยู่ในระบอบทุนนิยม แต่ได้มองถึงคุณค่าทางด้านจิตใจที่จะต้องจำเริญสติในการขบคิด การต่อสู้แก้ไขปัญหาสังคมให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด และได้กล่าวถึง แนวคิด เรื่องการทำงานร่วมกัน กล่าวถึงความเป็นพี่น้องกันของสังคมอิสลาม โดยเปรียบเสมือนมุสลิมเป็นเรือนร่างเดียวกัน หากร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งเจ็บ ร่างกายส่วนอื่นจะต้องเจ็บด้วย
           
     หากจะกล่าวอย่างรวบรัดในแง่ของทางด้านแนวคิดเรื่องประชาสังคมอิสลาม คงต้องมุ่งสู่คำถามท้าทายที่สำคัญ คือ ยุคสมัยปัจจุบันแนวคิดทางด้านตะวันตกสอดคล้องต่อระบบคุณค่าในอิสลามหรือไม่ และถามกลับว่าระบบการให้คุณค่าในอิสลามประชาสังคมโลกได้ยอมรับได้หรือไม่? ความขัดแย้งทางด้านความคิด หรือ ความย้อนแย้ง (Paradox) ในวงการวิชาการในเรื่องการยอมรับทางด้านคุณค่าของระบบความคิด ได้ก้าวพ้นในเรื่องของเหตุผลล้วนๆหรือยัง อิสลามได้สอนให้ตระหนักว่าเหตุผลของมนุษย์อย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนสังคมให้ไปสู่สันติภาพ หนังสือ “หลักชัยอิสลาม” ได้พยายามอธิบายเรื่องนี้ อย่างแรกก็คือ เรื่องการศรัทธาต่อพระเจ้า เคารพความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน
           
       คงต้องยอมรับว่างานการศึกษาเรื่อง ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลาม ยังมีน้อยมากในสังคมไทย หรือการศึกษาเรื่องแนวคิดของกลุ่มมุสลิมที่มีความหลากหลายในเนื้อหาสาระ หลักการปฏิบัติทางบางประการก็เป็นความรุนแรงของกลุ่มมุสลิมภายในตัวเองด้วย ที่ผ่านการตีความเอง ขาดความรู้ความเข้าใจในการเปรียเทียบ(กียาส)  ที่ก่อร่างขึ้นมาด้วยความคิดอันคับแคบของความเป็นมนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างน่าสงสาร ในสังคมมุสลิมก็มีบางคนก็พยายามกระทำตนเป็นผู้ตัดสินชี้ผิดชี้ถูกให้คนอื่น ซึ่งในบางกรณีก็ขาดการพินิจพิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง
           
หนังสือ ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลามกับการท้าทายของยุคสมัย โดย ยูสุฟ อัล-ก็อรฎอวีย์
 
นับเป็นหนังสือเล่มสำคัญในปัจจุบันที่ปลุกเร้าจิตสำนึกของชาวมุสลิมว่าควรจะทำงานในขบวนการเคลื่อนไหวเพื่ออิสลามอย่างถูกต้องเหมาะสมอย่างไร อัล-ก็อรฎอวีย์ ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักวิชาการชั้นนำของโลกมุสลิมในปัจจุบันที่นำเสนอขอบเขตและวิธีการทำงานในโลกยุคสมัยใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรมสามารถมาปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในทางด้านเทคโนโลยีและวิถีชีวิต
 
นิยามของคำว่า “ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลาม”
อัล-ก็อรฏอวีย์ ได้ให้คำว่า “ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลาม” หมายถึง งานที่ถูกจัดระเบียบและกระทำเป็นหมู่คณะโดยประชาชน เพื่อฟื้นฟูสภาพของอิสลามให้หวนคืนสู่ภาวการณ์เป็นผู้นำของสังคม และเป็นหางเสือของชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
 
ในส่วนนี้อัล-ก็อรฏอวีย์ ได้ชี้แจงว่า ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลามนั้นเป็นงานที่จะต้องกระทำด้วยการยืนยันและอุตสาหะ ไม่ใช่เพียงถ้อยคำที่ถูกนำมาพูด ไม่ใช่คำปราศรัยและคำบรรยายที่กระทำกัน หรือไม่ใช่หนังสือและบทความที่ถูกเขียนขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้แม้จะเป็นสิ่งที่จำเป็นก็ตาม แต่มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหวเท่านั้น มันไม่ใช่ตัวขบวนการเคลื่อนไหวเองโดยตรง ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลาม เป็นกิจกรรมของมวลชนที่ดำเนินไปเพื่ออัลลอฮฺ ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลามเป็นงานที่กระทำโดยมวลชนที่มีกำเนิดมาโดยแรงดลใจของตัวเองและความเชื่อส่วนตัว มันเป็นงานที่กระทำไปเพราะแรงศรัทธา และไม่ใช่อื่นใดนอกจากจะกระทำไปเพื่ออัลลอฮฺ ด้วยความหวังว่าจะได้รับรางวัลตอบแทนจากพระองค์แค่เพียงผู้เดียว มิใช่จากบุคคลใดๆ
 
จากคำจำกัดความข้างต้น จะให้ได้ว่า ในเรื่องการอธิบาย ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลาม ได้มีเป้าหมายสูงสุดหวังผลตอบแทนจากพระผู้เป็นเจ้า และให้ความสำคัญในเรื่องของการปฏิบัติ สาระสำคัญได้ให้
 
แบบวิธีของการฟื้นฟูขบวนการเคลื่อนไหวอิสลาม
การฟื้นฟูที่บวนการเคลื่อนไหวอิสลามจะกระทำให้สำเร็จนั้นควรประกอบดด้วยสามทิศทาง
 
ประการแรก โดยอาศัยการรวมตัวและการประสานความร่วมมือ จัดตั้งกองหน้าอิสลามขึ้นกองหนึ่ง ให้สามารถใช้อิสลามนำสังคมปัจจุบันได้โดยไม่เกิดความแยกตัวโอนอ่อนผ่อนตาม กองหน้านี้จะต้องประกอบด้วยการเรียนรู้และความเข้าใจอันถูกต้องและความผูกพันอันใกล้ชิด
 
ประการที่สอง สร้างมติมหาชนมุสลิมที่เป็นตัวแทนของฐานประชาชนวงกว้าง ซึ่งจะมาให้การสนับสนุนผู้เชิดชูอิสลาม รักและช่วยเหลือพวกเขาหลังจากได้กำจัดผลกระทบต่างๆ ของยุทธการใส่ร้ายป้ายผู้เชิดชูอิสลามและขบวนการเคลื่อนไหวของอิสลามให้หมดสิ้นไป
 
ประการที่สาม ตระหนักบรรยากาศมหาชนนานาชาติที่จะยอมรับการดำรงอยู่ของอิสลาม ภาวะนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อนานาชาติเข้าใจคำสอนของอิสลามและอารยธรรมอิสลามในแง่มุมที่ถูกต้องแล้วเท่านั้น มติมหาชนดังกล่าวจะต้องมีขันติธรรมต่อการปรากฏขึ้นของอำนาจอิสลาม ด้วยการตระหนักว่ามุสลิมเองก็มีสิทธิที่จะปกครองตัวเองตามลัทธิความเชื่อของพวกเขา ทั้งนี้เพราะพวกเขาคือชนส่วนใหญ่ในประเทศของพวกเขาเอง ดังที่หลักการประชาธิปไตยซึ่งได้รับการยกย่องสรรเสริญและสนับสนุนอยู่บ่อยครั้งได้เรียกร้องเอาใว้
 
สิ่งที่พบเจอในงานเขียนเล่มนี้ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการจัดระดับความสำคัญของขบวนการเคลื่อนไหวอิสลาม โดยสิ่งแรกของงานเคลื่อนไหว คือ เรื่องการศึกษา งานทางด้านวิชาการ เป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลามมีประสิทธิภาพ และยังวิพากษ์วิจารณ์ในขบวนการเคลื่อนไหวอิสลาม ที่ยังขาดความรู้เกี่ยวกับสมัยปัจจุบัน และความรู้จริงที่แวดล้อมอยู่รอบโลก
ลงทะเบียนรับข่าวสาร |
RSS Feed Twitter
บล็อกล่าสุด
อย่าปล่อยให้ จีที 200 กลายเป็นเครื่องมือการเมือง
Summarizing Six Years of the Southen Fire: Dynamics of Insurgency and Creation of the New Imagined Violence
สรุปหกปีไฟใต้: พลวัตการก่อความไม่สงบกับการสร้างจินตกรรมของการก่อความรุนแรง
อัตลักษณ์นักศึกษามุสลิมกับปัญหาการอยู่ร่วมในรั้วมอ.หาดใหญ่
วิวาทะการทำหน้าที่สื่อมวลชนแบบไทยไทยที่ชายแดนใต้กับการโต้ตอบของคนสามจังหวัด
อัตลักษณ์
บทเรียนจากเครื่อง จีที 200 - 1 ชั่วโมงเต็ม
VIS Report: Surveillance of Injuries over the past 3 years (January 2007 - December 2009)
ทหารไม่เปลี่ยนใจ ยังคงมั่นใจในความแม่นยำของเครื่องจีที 200 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และระบุว่า จะใช้งานเครื่องจีที 200 ต่อไป"
ภายใต้ดวงอาทิตย์ประเทศสารขัณฑ์ ไม่มีอะไรที่รัฐบาล ทหาร ตำรวจ ทำไม่ได้
จดหมายเปิดผนึก: กองทัพบกต้องเลิกใช้ GT200 และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
จีที 200 :คนใช้ก็อันตราย คนตกเป็นเป้าหมายก็สูญเสีย
ผ่าการ์ด GT200 แม่ง ขาวโอโม ดีจัง ไม่เห็นอะไรเลย
สิทธิวิวาทะ...ชาวบ้านเขียนกฎหมาย ได้จริงหรือ?
GT200 ตรวจจับความไม่โปร่งใสในการสั่งซื้อ ได้แม่นยำกว่าระเบิด
ใครช่วยไปปราบเซียนทีเถิด รุ่นนี้มีแบตด้วย ปล่อยไว้นานความเชื่อจะซึมลึก เป็นภัยมหันต์
โปรดฟังชัดๆ อีกครั้ง ll โยนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงพื้นที่อธิบาย นอกจากนี้ยังจะฉวยโอกาสซื้อของที่แพงกว่าจีที 200 !!!
นักข่าวพลเมือง สื่อใหม่ขับเคลื่อนสังคมไทย
CNN แฉ GT200 ที่ทหารไทยใช้ ลวงโลก แหกตา
วิพากษ์ภาพยนตร์โฆษณา “ตลาด” และ “รถเมล์” กับการลดความรุนแรงต่อสตรีในสังคมไทย