เฝ้าระวังพื้นที่ เป้าลวงในสงครามความคิด

Ayub's picture

 

มูฮำมัดอายุบ ปาทาน
 

            สถานการณ์ชายแดนภาคใต้รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ควรให้ความสนใจอยู่หลายเหตุการณ์ อาทิ การปาระเบิดเข้าไปในมัสยิดที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขณะกำลังมีการละหมาด มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน ตามมาด้วยการลอบวางระเบิดในงานกาชาดและเผาโรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่ จ.นราธิวาส การลอบถอดหมุดเสาไฟฟ้าแรงสูงทำให้ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญชายแดนภาคใต้อยู่ในภาวะมืดมิดนานถึง 3-4 วัน กระทั่งถึงขณะนี้

          ขณะเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ว่า การจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลยคงยาก เป้าหมายสูงสุดคือ อย่าให้มีการฆ่ารายวัน การเฝ้าระวังพื้นที่ต้องใช้เครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังทั้งพื้นที่ คงไม่มีการเปลี่ยนแผน เพราะทำไว้ดีแล้ว แต่จะทำให้เกิดความต่อเนื่อง ซึ่งกำลังพลสามารถปฏิบัติได้ดีทั้งการสร้างความเข้าใจกับประชาชน และปฏิบัติการทางทหารที่เป็นไปตามกฎหมาย

          ประเด็นร่วมที่น่าพิจารณาของเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นและคำให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ. คือ การยุติความรุนแรงรายวัน และการเฝ้าระวังพื้นที่เพื่อป้องกันการก่อเหตุ

          ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ความมั่นใจปฏิบัติการทางทหารภายใต้ยุทธการพิทักษ์แดนใต้ว่า แม้จำนวนเหตุการณ์จะลดลง แต่วัตถุประสงค์ของความรุนแรงนั้นเน้นในเชิงคุณภาพมากขึ้น หากมองในแง่ผลสะเทือน

          เป็นไปได้หรือไม่ว่า ปาระเบิดมัสยิดซึ่งเป็นศาสนสถาน ขณะทำพิธีทางศาสนา คือการจงใจลากโยงศาสนาให้มาเกี่ยวพันกับความรุนแรง ก่อเหตุปูพรมในพื้นที่ จ.นราธิวาส คือการตอกย้ำความไร้ประสิทธิภาพในการรักษาความสงบเรียบร้อยของรัฐ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มีการตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยว่าเป็นแหล่งกบดานของขบวนการใต้ดินอย่างถี่ยิบในหลายพื้นที่ และการถอดน็อตเสาไฟฟ้า ก็ชวนให้คิดถึงข่าวลือยุทธการแผ่นดินมืด ดับไฟเมือง ภาวะที่ชีวิตผู้คนตกอยู่ในความมืดมิดยาวนานเช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำความน่าสะพรึงกลัวของสถานการณ์ให้ขยายมากขึ้น

          เป็นไปได้หรือไม่ว่า เหตุการณ์เหล่านี้คือการประกาศศักยภาพของขบวนการใต้ดิน ว่ากองกำลังยังสามารถก่อความรุนแรงได้ ไม่ว่าจะถูกกดดันปราบปรามอย่างหนักแค่ไหน

          เป็นไปได้หรือไม่ว่า สถานที่เป้าหมายที่เกิดเหตุเหล่านี้ คือการเพิ่มพื้นที่ภาระ ให้กองกำลังของรัฐพะวักพะวง กระจายกำลังกันเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อให้พื้นที่หมู่บ้านเป็นแหล่งเพาะแนวร่วม

          และเป็นไปได้หรือไม่ว่า การก่อเหตุทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้รัฐ ให้สังคมโดยรวม พุ่งความสนใจไปยังความรุนแรง เรียกร้องการแก้ปัญหาเพื่อยุติความรุนแรงในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ จนละเลยมองข้ามต้นเหตุแห่งความรุนแรง นั่นคือความคิด ความเชื่อ และอุดมการณ์ของทั้งผู้กระทำความรุนแรง และแนวร่วมผู้กระทำความรุนแรง

          ประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งในคำให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ.ก็คือ การสร้างเครือข่ายประชาชนเพื่อเฝ้าระวังการก่อความรุนแรง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานการเมือง กอบกู้ฟื้นฟูความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐให้กลับคืนมา อันจะเป็นการสถาปนาความมั่นคงปลอดภัยให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

          ความรุนแรงที่ชายแดนภาคใต้จึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจกำหนดจุดสิ้นสุดยุติให้เห็นได้ ตราบใดก็ตามที่ผู้กระทำความรุนแรงยังคงพลิกแพลงยุทธวิธีก่อเหตุ สร้างความหวาดกลัว เพื่อรักษาอำนาจในการควบคุมมวลชนเอาไว้

          วันนี้พื้นที่หมู่บ้านยังร้างไร้กลไกอำนาจรัฐที่จะเข้าไปปกป้องคุ้มครอง สร้างความเชื่อมั่น ทั้งฝ่ายรัฐและขบวนการใต้ดินดำเนินยุุุทธศาสตร์เดียวกันคือแย่งชิงมวลชน ฝ่ายหนึ่งพรั่งพร้อมด้วยแสนยานุภาพพยายามสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาแต่ห่างเหิน แต่อีกฝ่ายมีกำลังแค่หยิบมือแต่ใช้ความรุนแรงควบคุมอย่างใกล้ชิด   

ภาวะเช่นนี้ การแตกหักด้วยการทหารมิใช่คำตอบ โจทย์สำคัญที่ต้องหาคำตอบคือ ในสถานการณ์ของแต่ละช่วงเวลาซึ่งเนื้อแท้วัตถุประสงค์ของความรุนแรงมีความแตกต่างกันนั้น ขบวนการใต้ดินสร้างเครือข่ายเพื่อจุดเป้าหมายใด ขยายกองกำลัง หรือเพื่อจัดตั้งแนวร่วมทางการเมือง

ซึ่งคำตอบเรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดวิธีปฏิบัติ เพราะไม่ว่าจะเป็นการสร้างกองกำลังเพื่อผลิตผู้กระทำความรุนแรง หรือสร้างแนวร่วมเพื่อวัตถุประสงค์ในทางการเมือง การเอาชนะอย่างยั่งยืนนั้น เลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องใช้การต่อสู้ทางความคิด

คำตอบของปัญหานี้ จะนำมาซึ่งแผนปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมต่อสถานการณ์ ณ ขณะเวลานั้น 

ยุทธศาสตร์การทำงานการเมือง การต่อสู้ทางความคิด จำต้องใช้ยุทธวิธีซึ่งพลิกแพลงอย่างเหมาะสม จะเชื่อมั่นยึดถือแนวทางใด แนวทางเดียวมิได้ 

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่า ฝ่ายใต้ดินพลิกแพลงยุทธวิธีชดเชยความเสียเปรียบทางยุทธศาสตร์ ขณะที่รัฐกำลังเชื่อมั่นยุทธศาสตร์ แต่ขาดความรู้ต่อยุทธวิธีที่เหมาะสม

ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสถานการณ์ชายแดนภาคใต้
กับ
มูฮำมัดอายุบ ปาทาน ได้ที่ bangyub.multiply.com
หรือที่
www.oknation.net/blog/ayub

ลงทะเบียนรับข่าวสาร |
RSS Feed Twitter
บล็อกล่าสุด
K4DS Post ข่าวสารจากโครงการ Knowledge for Deep South ประจำเดือนพฤษภาคม ปี 2556
บทบาทกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในกระบวนการสันติภาพ: เสียงสะท้อนในการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพ รุ่นที่ 3
คดีอันวาร์ระวังจะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะทำให้กระบวนสร้างบรรยากาศสันติภาพปาตานีสะดุด
"เจ้าหน้าที่รัฐ" 1 ในผู้ต้องสงสัยจากผลสอบคดีกราดยิง 6 ศพปัตตานี
T-Shirt for PEACE #2
“โจรใต้”
กรณี Anwar และการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง
T-Shirt for PEACE #3
สันติสุขของความตายและความตายของสันติภาพ...
Give Peace a Chance; ให้โอกาสสันติภาพผลิบาน
Open to Peace
ใครกันที่ติดกับ...กระบวนการสันติภาพปาตานี
'เฉลิม' ชิงนำตอบโต้โชว์บทวิเคราะห์แก้เกม 'บีอาร์เอ็น'
วิเคราะห์ 5 ข้อเสนอบีอาร์เอ็น
ย้อนไปสังเกต ‘เหตุคาร์บอมบ์ลีการ์เด้นท์หาดใหญ่’ โจรไรทำ?
เหตุยิงชาวบ้านตายที่ 'สายบุรี' ผู้โชคร้ายรายนี้เคยถูกจับคดี "ค้าโคเคน"
ข้อสังเกตจากเหตุลอบเผา อบต.ในปัตตานี เหตุการณ์นี้ "ไม่ปกติ"
'นักศึกษาชายแดนใต้' มีความเห็นเป็นเช่นนี้ พวกเขาต้องติดคุกเช่นนั้นหรือ?
"เจ้าบ้าน" กับพฤติกรรมอันไร้ซึ่งมารยาทของ “แขก” ใน “ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส”
เสรีภาพในการแสดงออกในภาวะสงครามที่มีอุดมการณ์เพื่อปลดปล่อยรัฐปาตานี