ทำไมเราต้องไปเจนีวาด้วยตนเอง ตอนที่ 1 (ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ถ้ามุ่งมั่นและตั้งใจ)


ในช่วงเดือนมิถุนายน 2017 เป็นช่วงเดือนรอมฎอนและเป็นช่วงที่ต้องเขียนรายงาน CEDAW หรือรายงานเงาของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ ที่ไทยได้ลงนามมากว่า 30 ปีแล้ว และเป็นช่วงที่เขียนบทความเพื่อนำเสนอบทความทางวิชาการร่วมกับเพื่อนอีกหนึ่งงาน และไม่คิดว่าจะไปเจนีวาเพื่อเข้าร่วมเวทีครั้งที่ 67 ของการรายงานอนุสัญญา CEDAW ทั่วโลก แต่ด้วยแรงกระตุ้นของผู้หญิงคนหนึ่ง พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ที่บอกว่าเราจะไปเจนีวากัน เราต้องหาทุนไป แล้วเราจะไปหาที่ไหนละในระยะเวลาอันสั้น

การทำวีซ่า เราจึงลองเขียนอีเมล์ไปหาแหล่งทุนหนึ่งซึ่งเคยสนับสนุนเราในการไปอบรมเรื่องกระบวนการสันติภาพ ตอนแรกเขาบอกว่าถ้าจะให้ทุนเพื่อการเดินทางไปอย่างเดียวคงไม่ได้แต่ถ้าเขียนเป็นโครงการก็อาจมีความเป็นไปได้ ความหวังเริ่มกระเตื้อง เราจึงได้ไปขอวีซ่าโดยได้รับการสนับสนุนเอกสารในการขออนุญาตจากหลายๆหน่วยงาน ทั้ง OHCHR มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ต่อมาจึงสมัครการเข้าร่วมการรายงานของประเทศไทยซึ่งสมัครตามเว็บไซต์ของ UN ก็ได้น้องเท่ย่าจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรมช่วยแนะนำและดำเนินการ และแล้วเราก็ได้รับข่าวดีจากแหล่งทุนที่เรายื่นขอการสนับสนุนเขายินดีสนับสนุนโครงการที่เสนอไปบางส่วน เรามีเงินไปแล้ว และวีซ่าก็ผ่านแล้ว เย้ๆๆ ไม่น่าเชื่อในเวลา 1 อาทิตย์ด้วยการทำงานที่ประสานกัน เต็มใจที่จะให้ความช่วยเหลือในเวลาวิกฤต น้องที่ให้ที่พักพิงยามไปขอวีซ่า ทำให้โอกาสที่คาดไม่ถึงเป็นจริงได้
อัลฮัมดุลิลลาห์