แถลงการณ์ประนามการใช้อาวุธปืนยิงใส่รถรับส่งนักเรียน ในอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

image

แถลงการณ์ ฉบับที่ 2
ประนามการใช้อาวุธปืนยิงใส่รถรับส่งนักเรียน ในอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส
เป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
ที่เป็นความผิดทั้งต่อกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ
2 มีนาคม 2560

[English version]


เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2560 เวลา 07:00 น ได้เกิดเหตุกองกำลังติดอาวุธใช้อาวุธปืนยิงใส่รถรับส่งนักเรียนขณะเดินทางจาก บ้านโคกสะตอ อำเภอรือเสาะ ไปโรงเรียนที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บหนึ่งราย ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตชายหนึ่งราย หญิงสองราย รวมทั้งมีเด็กชายอายุ 8 ขวบ เสียชีวิตหนึ่งราย โดยมีเด็กผู้หญิงอายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย และมีเด็กผู้หญิงอยู่ในรถแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

การกระทำของกองกำลังติดอาวุธดังกล่าวเป็นการกระทำที่ละเมิดปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ และ อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ เพราะเป็นการกระทำต่อกลุ่มคนไทยพุทธ นอกจากนี้ยังเป็นการละเมิดกฎหมายด้านสิทธิมนุษยธรรมสากลตามอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 ว่าด้วยปกป้องพลเรือนในภาวะสงคราม

การกระทำดังกล่าวนับว่าเป็นการกระทำที่ขัดหลักการศาสนาและกฎหมายอย่างร้ายแรง โดยการก่อความรุนแรงดังกล่าว ซึ่งกระทำอย่างต่อเนื่อง กว้างขวาง เป็นระบบ เป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ที่เป็นความผิดทั้งต่อกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ ผู้ก่ออาชญากรรมและผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้ากองกำลัง แม้ว่าจะเป็นกองกำลังที่ไม่ใช่รัฐ (non-state actor) จะต้องรับผิดชอบถูกดำเนินคดีในศาลอาญาในประเทศหรือศาลอาญาระหว่างประเทศ

การยิงรถรับส่งนักเรียนไม่เพียงแต่ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตเด็กเท่านั้นแต่ได้สร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นและส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กในอนาคตด้วย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี และ กลุ่มด้วยใจ ขอประนามการก่ออาชญากรรมการโจมตี เข่นฆ่าดังกล่าว ซึ่งเป็นการโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือนโดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บด้วย และขอเรียกร้องดังนี้

1. ขอให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนโดยเฉพาะเด็กและผู้หญิงโดยทันทีและโดยปราศจากเลื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

2. ขอให้ทุกฝ่ายแสวงหาทางออกของความขัดแย้งทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ชุมชน และ ระดับประเทศ โดยกระบวนการสันติวิธี

3. ในระหว่างการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

4. ขอเรียกร้องให้รัฐดำเนินการตามนโยบายในแนวทางสันติวิธีและมีมาตรการในการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

 

อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง

แถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนเหตุปล้นรถและสังหารพลเรือนสองสามีภรรยา อ.เทพา จ.สงขลา

 

AttachmentSize
2017_03_02-crcf.hap_.-dj-joint-statement-on-violence-against-civilian-in-the-deep-south.pdf92.53 KB