งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(1) รูปธรรมจากชุมชน-วัฒนธรรม-ตาดีกา-ประชาสังคม

รายงาน 2 ตอน เผยรูปธรรมงานพัฒนาจะสร้างสันติภาพ  สาระจากวงเสวนาวิชาการระดับชาติ “สานภาคีพัฒนาสู่การสร้างสันติชายแดนใต้” ของสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาและธนาคารโลก ดนยา สะแลแม : การทำงานร่วมคือการสร้างสันติภาพ อิมรอน สาและ : ต้องสร้างสันติภาพด้วยตัวเอง รุสลัน อารง : กินดีอยู่ดีคือความหมายของสันติภาพ ฮาซัน ยามาดีบุ : หากรัฐเข้าใจและแก้ตรงจุดสันติภาพก็เกิดขึ้น โซรยา จามจุรี : เครือข่ายมีพลังมากกว่าต่างคนต่างทำ ต้องให้เสียงคนเล็กคนน้อยเป็นหนึ่งในหนทางสู่สันติภาพ

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร เก็บตกจากวงเสวนาอภิปรายคณะ (Panel Discussion) เรื่อง งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนใต้ได้อย่างไร? ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ประจำปี 2559 สานภาคีพัฒนาสู่การสร้างสันติชายแดนใต้ : Building Trust and Fostering Peace ที่คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2559

เป็นเวทีที่เชิญตัวแทนชุมชนที่ได้ทุนสนับสนุนจากโครงการสนับสนุนชุมชนเพื่อฟื้นฟูชายแดนภาคใต้ (ช.ช.ต.) ที่เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา(LDI) และธนาคารโลกเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจระหว่างคนในชุมชนเป้าหมาย 43 ชุมชน 6 ตำบลหลักและพื้นที่ร่วมเรียนรู้อื่นๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2552 โดยใช้กระบวนการการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเป็นหลัก (Community – Driven Development : CDD) ซึ่งในวงเสวนานี้มีนางสาวฐปนีย์ เอียดศรีไชย จากไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นผู้ดำเนินรายการ

ดนยา สะแลแม : การทำงานร่วมกันคือการสร้างสันติภาพ

นายดนยา สะแลแม ประสานงานโครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาผู้ประสานงานโครงการฯได้ทำงานในพื้นที่ต่างๆและมีโอกาสนำเสนอข้อมูลไปบ้างแล้ว ที่สำคัญๆ คือการทำงานร่วมกันของท้องถิ่นและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างการดูแลคลองที่ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี สิ่งที่ได้มากกว่าการดูแลคลอง เช่น คนที่ไม่เคยได้พบเจอกัน มีความสัมพันธ์กันมากขึ้น เกิดความสามัคคี เป็นต้น

นายดนยา กล่าวต่อไปว่า การดูแลคลองจนทำให้มีความอุดมสมบูรณ์มีความสำคัญมาก เพราะวิถีชีวิตของผู้คนบริเวณนี้อยู่กับคลอง หากคลองมีปัญหาก็จะกระทบต่อการดำเนินชีวิตด้วย เมื่อคลองสะอาด ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ก็จะสมบูรณ์ขึ้น ผู้คนก็จะมีความสุขขึ้น นี่อาจเรียกได้ว่าสันติภาพของชุมชน และการที่ท้องถิ่นทำงานร่วมกับภาครัฐก็จะช่วยเพิ่มความไว้วางใจและจะนำไปสู่สันติภาพได้เช่นเดียวกัน

อิมรอน สาและ : การสร้างสันติภาพ ต้องลุกขึ้นมาสร้างด้วยตัวเอง

นายอิมรอน สาและ คณะทำงาน ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาะเระ จ.ปัตตานี กล่าวว่า ต.พ่อมิ่งมีทั้งมุสลิมและพุทธทำให้เห็นพื้นที่ของการอยู่ร่วมกัน มีพื้นที่ปฏิสัมพันธ์กันระหว่าง 2 วัฒนธรรม เมื่อมีโครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนภาคใต้ของ LDI เข้ามาสนับสนุนก็ทำให้มีโอกาสในการศึกษาเรียนรู้กันมากขึ้น

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น การสร้างอาคารเรียนรู้ที่เป็นเสมือนตัวจุดประกายให้ตนเองและชุมชน และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เพราะโครงการฯ ให้งบสนับสนุนในการก่อสร้าง 300,000 บาท แต่งบที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 1,500,000 บาท ซึ่งที่เหลือได้มาจากการระดมทุนของคนในพื้นที่ เช่น การกินน้ำชาข้าวยำเพื่อระดมทุนทุกวันศุกร์แรกของเดือน เป็นต้น

นายอิมรอน กล่าวต่อไปว่า มนุษย์มีวิวัฒนาการของการพัฒนาอยู่เสมอ บางครั้งก็สอดคล้องกับพื้นที่หรือบางครั้งก็ไม่สอดคล้องกับพื้นที่ สิ่งสำคัญคือจะต้องค่อยๆ ปรับกันไป และสิ่งสำคัญในการที่จะสร้างสันติภาพก็คือ การลุกขึ้นมาสร้างสันติภาพด้วยตัวของเราเอง

รุสลัน อารง : กินดีอยู่ดี คือความหมายของสันติภาพ

นายรุสลัน อารง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส กล่าวว่า สิ่งสำคัญขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่นคือการทำงานร่วมกันของท้องถิ่น ราชการในที่นี่หมายถึงปลัด อบต. และที่สำคัญคือพี่น้องประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยให้ประชาชนกินดีอยู่ดี

“เราจึงไม่มีปัญหา ไม่ว่าใครหรือหน่วยงานไหนจะมาทำงานพัฒนาในพื้นที่ของเรา เพราะเป้าหมายของเรามีความชัดเจนคือการกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชน ซึ่งทัศนคติในลักษณะนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้บริหาร อบต.เท่านั้นที่จะต้องมี แต่หมายรวมถึงคนทำงานทุกคนด้วยที่จะต้องมีเป้าหมายที่ตรงกัน” นายรุสลันกล่าว

นายรุสลัน กล่าวต่อไปว่า ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่เราได้ลงมือทำมีเยอะมาก ซึ่งตนจะขอยกตัวอย่างโครงการล่าสุด คือ การสร้างศูนย์เรียนรู้ในชุมชน อาจจะตั้งชื่อ KK Park ซึ่งมีความคล้ายกับ TK Park โดยห้องสมุดของเราจะเติมเต็มความรู้ในเชิงการเรียนรู้สมุนไพรโดยใช้วัตถุดิบในพื้นที่ ถือเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ซึ่งแน่นอนว่าสันติภาพในความหมายของเราก็คือ การที่ประชาชนมีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ฮาซัน ยามาดีบุ : หากรัฐเข้าใจและแก้ตรงจุด เราคงไม่ต้องมาคุยกันแล้ว เพราะสันติภาพเกิดขึ้นแล้ว

นายฮาซัน ยามาดีบุ กลุ่มบุหงารายา กล่าวว่า กลุ่มบุหงารายาทำงานในประเด็นส่งเสริมการศึกษาและขจัดความยากจน โดยเข้าไปสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนตาดีกา เพราะเล็งเห็นว่าหลังจากเกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่ดูเหมือนว่าโรงเรียนตาดีกากำลังจะล้ม จึงคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ

“ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น เราได้เชิญวิทยากรจากต่างประเทศมาสอนในโรงเรียนตาดีกาในพื้นที่ โดยมีวิทยากรจากอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย 5 ท่าน และจากประเทศมาเลเซีย 2 ท่าน เพื่อให้เด็กๆ ได้รับความรู้จากวิทยากรที่ชำนาญการโดยเฉพาะภาษามลายูกลาง และที่สำคัญให้ครูตาดีกาในพื้นที่ได้เรียนรู้วิธีการสอนจากวิทยากรเหล่านั้นด้วย” นายฮาซันกล่าว

นายฮาซัน กล่าวต่อไปว่า งานพัฒนาการศึกษาถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหากเปรียบเทียบกับการสื่อสารแล้ว ผู้ส่งสารคือครู ผู้รับสารคือเด็กนักเรียน และก็ยังมีสารคือวิชาที่เรียน หากสารมีปัญหา หรือผู้ส่งสารสื่อสารได้ไม่ดี คนรับสารก็จะมีปัญหา ดังนั้น หากคุณภาพการศึกษาไม่ดี แสดงว่าการสื่อสารมีปัญหา

นายฮาซัน กล่าวอีกว่า การทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง เพราะหากรัฐเข้าใจว่าโรงเรียนตาดีกาต้องการอะไร และเข้าไปสนับสนุนให้ตรงจุด เราคงไม่ต้องมาพูดถึงในเรื่องของสันติภาพอีกแล้ว เพราะนั้นคือสันติภาพที่จะเกิดขึ้นได้จริง

โซรยา จามจุรี : ทำงานแบบเครือข่ายมีพลังมากกว่าต่างคนต่างทำงาน

นางโซรยา จามจุรี รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ กล่าวว่า ในช่วงปี 2554 สภาประชาสังคมชายแดนใต้ถือเป็นองค์กรร่มที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ที่หลายๆองค์กรตกลงกันว่าจะทำงานร่วมกันในด้านสันติภาพ มาจากแนวคิดที่ว่าการทำงานในรูปแบบเครือข่ายจะมีพลังมากกว่าต่างคนต่างทำงาน

นางโซรยา กล่าวว่า หนึ่งในองค์กรร่มคือเครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ซึ่งเริ่มจากงานเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ผลก็คือ ผู้ได้รับผลกระทบหลายคนลุกขึ้นมาทำงานเพื่อสังคมโดยเฉพาะบทบาทในการทำงานด้านการสร้างสันติภาพ

นางโซรยา กล่าวต่อไปว่า บทบาทที่สำคัญของสภาประชาสังคมชายแดนใต้ คือการเปิดพื้นที่ทางการเมือง โดยทำให้เรื่องที่พูดไม่ได้หรือไม่กล้าพูดสามารถพูดในที่สาธารณะได้ เช่น ในเรื่องการกระจายอำนาจ เราได้เดินไปยังชุมชนต่างๆ เพื่อพูดคุยกับประชาชนกว่า 200 เวที เอาเสียงของประชาชนออกมาว่าเขาต้องการการกระจายอำนาจแบบไหน

ให้เสียงคนเล็กคนน้อยดังขึ้น เป็นหนึ่งในหนทางสู่สันติภาพ

“สิ่งที่สภาฯทำคือ ทำให้คนที่มีความแตกต่างหลากหลายสามารถทำงานร่วมกันได้ และการทำงานเป็นเครือข่ายส่งผลให้เกิดพลังและกล้าที่จะขยับไปข้างหน้า ความกล้าจะนำเราไปสู่สันติภาพได้ในที่สุด” นางโซรยากล่าว

นางโซรยา กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่สำคัญการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างการจัดวงสานเสวนา หรือการทำให้เสียงของคนเล็กคนน้อยได้ส่งเสียงขึ้นมาว่าพวกเขาต้องการอะไร ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่จะนำเราไปสู่สันติภาพทั้งสิ้น

รายงานตอนต่อไปจะกล่าวถึงการสนับสนุนแนวทาง CDD ใน 116 ประเทศของธนาคารโลก พร้อมตัวอย่างความสำเร็จใน 5 ประเทศ โดยเฉพาะการฟื้นฟูทุนทางสังคมและความไว้ใจในพื้นที่ขัดแย้งและอ่อนไหว และโครงการในกองทุนเสริมสร้างสันติภาพ (Peace – Building Partnership Fun : PPF) ภายใต้โครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ (ช.ช.ต.) ที่ให้การสนับสนุนองค์กรและเครือข่ายประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประชุมวิชาการระดับชาติ LDI หมอพลเดชชี้ต้องฟื้นฟูชายแดนใต้ต่ออีก 10 ปี

“บทเรียน 12 ปี ประชาสังคมกับกระบวนการสันติภาพ”(1) ภาคประชาสังคมคือใคร ทำหน้าที่อะไร

“12 ปี ประชาสังคมกับกระบวนการสันติภาพ” (2) จากปี 2547 – ปัจจุบัน จากนโยบายทักษิณสู่ MARA PATANI

“12 ปี ประชาสังคมกับกระบวนการสันติภาพ” (3) กระบวนการสันติภาพและการก่อเกิด “สภาประชาสังคมชายแดนใต้”

บทเรียนและข้อเสนอจากงานพัฒนาของ ช.ช.ต.