“มนุษยธรรมคือ soft power” แบบอย่างจากตุรกีสู่การเป็นผู้นำโลกมุสลิมในอนาคต

วงเสวนาวิชาการ ตุรกีในวิกฤตการเมืองระหว่างประเทศ อ.จรัญชี้ตุรกีจะกลายเป็นผู้นำโลกมุสลิมในอนาคตด้วยจุดยืนทางการเมืองและการขยายอิทธิพลด้วยความรู้ ขณะที่ อ.อับดุลรอนิง เผยตุรกีกำลังฟื้นฟูแนวคิดออตโตมันและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลก

18 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา ศูนย์ตุรกีศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดเสวนาวิชาการ หัวข้อ "ตุรกีในวิกฤติการเมืองระหว่างประเทศ" ณ ห้องศรีวังสา ชั้น 3 คณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ร่วมเสวนาโดย ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ดร.อับดุลรอนิง สือแต วิทยาลัยอิสลามศึกษา ม.อ.ปัตตานี ดำเนินรายการโดย อาจารย์ไพซอล ดาโอ๊ะ คณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี

จรัญ มะลูลีม : ตุรกีขยาย Soft Power ด้วยการให้ปัญญา

ศ.ดร.จรัญ กล่าวในการเสวนาโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นอดีตอาณาจักรออตโตมันที่จะทำให้เข้าใจตุรกีในยุคปัจจุบันได้ ตุรกีถือว่าเป็นประเทศมหาอำนาจขนาดกลางที่มีอิทธิพลต่อประเทศที่ใช้ภาษาในฐาน Turkic ซึ่งขยายไปสู่หลายประเทศ โดยขยายอิทธิพลด้วย Soft Power ด้วยอำนาจที่ไม่ใช่กำลังทหาร ปัจจุบันเศรษฐกิจตุรกีขยายตัวมากขึ้น และบริษัทก่อสร้างของตุรกีก็มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

Soft Power ที่ตุรกีใช้ในการขยายอิทธิพลที่โดดเด่นจะเป็นด้านการศึกษาที่ปัจจุบันระบบการศึกษาแบบตุรกีมีการเปิดโรงเรียนไปทั่วโลกมากกว่า 1,000 แห่ง เหล่านี้คือการขยายอำนาจด้วย Soft Power ด้วยการให้ปัญญา คือการให้ชัยชนะของความรู้นั้นเป็นที่มาของความเจริญเติบโต

วิสัยทัศน์ของตุรกีที่น่าชื่นชมคือการมองการก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ใช้อาวุธ ประธานาธิบดีแอรโดก์อานของตุรกีเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในหมู่ผู้นำมุสลิม และเชื่อว่าจะขึ้นมาเป็นผู้นำโลกมุสลิม ตุรกีแสดงจุดยืนชัดเจนต่อการสนับสนุนปาเลสไตน์ อย่างไรก็ตามตุรกียังคงมีข้อท้าทายที่มาจากไอเอสอยู่ด้วยเช่นกัน

ในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตุรกีเข้ามาขยายอิทธิพลในเรื่องของการศึกษา เข้ามามีส่วนในการบริหารการศึกษา แต่โรงเรียนที่ตุรกีเข้าไปให้การสนับสนุนน่าสนใจตรงที่ ตุรกีไม่ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียน เช่น โรงเรียนที่ใช้ชื่อไทยๆ ก็ยังคงใช้ชื่อเดิมเป็นต้น โดยเป้าหมายของตุรกีก็เพื่อผลักดันให้ผู้คนได้รับการศึกษาตามปรัชญาที่กำหนดไว้

ในส่วนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับตุรกี เท่าที่ตนเดินทางไปเยี่ยมนักเรียนไทยในตุรกี ก็พบว่าปัจจุบันมีนักศึกษาไทยในตุรกีจำนวนนับพันคน ซึ่งใกล้เคียงกับนักเรียนไทยที่ไปเรียนในประเทศมาเลเซียแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ได้ทุนจากตุรกี เด็กบางคนเรียนนักบินก็ยังมี

และจากคำบอกเล่าของหลายๆ ท่านที่เคยไปประเทศตุรกี พบว่าคนตุรกีมีนิสัยดี มีวัฒนธรรม มีการเคารพผู้อื่น ซึ่งเคยมีคำพูดหนึ่งในอดีตที่ว่า “คนที่เป็นนักรบที่สุดนั้นโรแมนติกที่สุด” ตุรกีก็อาจเป็นหนึ่งในคำพูดนั้น

อับดุลรอนิง สือแต : ตุรกีต้องการอยู่ร่วมกับตะวันตกแต่ไม่เคยหันหลังให้ตะวันออก

ดร.อับดุลรอนิง ได้เริ่มการเสวนาด้วยการอธิบายถึงแนวคิดออตโตมานและนีโอออตโตมาน หากย้อนไปมองช่วงที่ออตโตมานเกิดขึ้นในปี 1299 จะเห็นว่าเป็นช่วงที่อาณาจักรอิสลามอยู่ในความระส่ำระส่าย ขาดอำนาจ และอยู่ในช่วงช่องว่างหลังจากราชวงศ์อับบาสียะห์ล่มสลายในปี 1258 การขึ้นมาของอาณาจักรออตโตมันจึงทำให้เกิดความเข้มแข็งในโลกมุสลิม สามารถรวมเอาชนะชาติต่างๆ ที่หลากหลายให้อยู่ภายใต้การปกครองได้ จึงเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เติร์กออตโตมันสามารถประสานได้ไปจนถึงแถบมองโกล ซึ่งชนต่างๆ ภายใต้ออตโตมานมีความเชื่อมโยงในเชิงอัตลักษณ์และภาษา ออตโตมันถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวเติร์ก ที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำของโลกอิสลาม มีทั้งในช่วงที่อำนาจเจริญรุ่งเรือง ที่ขยายออกไปกว้าง สามารถนำในเชิงทหารและอารยธรรม

เมื่อเปลี่ยนมาสู่ตุรกียุคใหม่ ซึ่งเป็นผลจากการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 มุสตาฟา กะมาล อะตาเติร์กที่ขึ้นมาพยายามกอบกู้ตุรกีขึ้นมาใหม่หลังจากการรบชนะที่ไซปรัส และในปี 1923 มุสตาฟา กะมาล อะตาเติร์กก็สร้างสาธารณรัฐตุรกีขึ้นภายใต้ระบบเซคคิวล่าร์ ในช่วงเวลา 1924-1987 มีความพยายามในการนำเสนออิสลามเข้ามาสู่การเมืองแต่ก็ถูกระงับไปหมด

สำหรับแอร์โดก์อานนั้นมีวิธีคิดในการเสนอนโยบายที่ค่อนข้างนุ่มนวล แต่มีบุคลิกที่กล้า ทำให้ได้รับความน่าเชื่อถืออย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จในการเป็นนายกเทศมนตรีของอิสตันบูล และผลงานที่โดดเด่นก็เดินไปสู่การเมืองระดับประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกัน ศ.ดร.ดาวุด โอก์ลูว์ ก็ก้าวมาสู่การเมืองในพรรค และเป็นตัวแสดงสำคัญในการเมืองตุรกี

ดาวุด โอก์ลูว์ ถือว่าเป็นบุคคลที่นำเสนอแนวคิดในการเมืองตุรกี ในรูปแบบที่เรียกว่า Neo-Ottoman ซึ่งประกอบไปด้วย ประการแรก ความเป็นอู่แห่งอารยธรรม ที่นำเอาความเป็นออตโตมันมาเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้แนวคิดนี้ขยายออกไป ในระยะเวลาที่ผ่านมา จะพบว่าสิ่งที่คนตุรกีภูมิใจมากที่สุดคือความเป็นออตโตมัน ประการที่สองคือ ความเป็นอาณาจักรอิสลาม ซึ่งทำให้เชื่อมไปสู่ความจำเป็นที่จะต้องดูแลประเทศที่เคยอยู่ภายใต้อาณาจักรออตโตมันมาก่อน

ประการที่สามคือ การเป็นอาณาจักรที่เป็นพหุวัฒนธรรม เพราะออตโตมันยืนอยู่ในสังคมที่ประกอบด้วยหลายๆ ชาติไว้ด้วยกัน และใช้วิธีคิดแบบนี้เพื่อระบุถึงความเชื่อมโยงและอยู่ร่วมกัน ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ Soft Power ตุรกีต้องการอยู่ร่วมกับตะวันตกแต่ไม่เคยหันหลังให้ตะวันออก

การสนับสนุนของตุรกีต่อประเทศอื่นๆ นอกจากประเด็นด้านการศึกษาที่โดดเด่นแล้ว ยังมีในด้านของการบริการสวัสดิการทางสังคม ที่คอยให้ความช่วยเหลือหรือให้การสนับสนุน เช่น ใครประสบภัยที่ไหน คนของตุรกีจะเข้าให้การช่วยเหลือโดยทันที เป็นต้น อย่างในพื้นที่ชายแดนใต้ปัจจุบันก็มาในรูปแบบของเงินซากาต หรืออินทผาลัมในช่วงเดือนรอมฎอน หรือจะเป็นการบริจาควัวจำนวนมากเพื่อทำการกุรบานในช่วงวันรายออีดิลอัดฮา