“ตาดีกา” แหล่งรักษาวัฒนธรรมและภาษามลายู นำสังคมสู่สันติภาพ

PERKASA ร่วมกับ People's College จัดเสวนาสาธารณะระดมสมองเครือข่ายตาดีกา 5 จังหวัดพร้อมเปิดเวทีหัวข้อ "สามัคคี การศึกษา และสันติภาพ" ที่ผู้ร่วมเสวนาต่างเรียกร้องให้ตาดีกามีบทบาทต่อสาธารณะมากขึ้น ในขณะที่การระดมสมองเพื่อหาแนวทางการพัฒนาตาดีกา ทุกฝ่ายเห็นร่วมกันที่จะต้องพัฒนาครูผู้สอนให้มีคุณภาพ มีการประเมินผลที่เป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานคณะกรรมอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (PERKASA) ร่วมกับ วิทยาลัยประชาชน (People's College) จัดเสวนาสาธารณะ หัวข้อ "สามัคคี การศึกษา และสันติภาพ" วิทยากรโดย คุณมูฮัมมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ รศ.อับดุลเลาะ อับรู คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี และ ดร.อับดุลเราะห์มาน เดวานี รองประธานสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ ดำเนินรายการโดย อุสตาซเฟาซัน อิสมาแอ นอกจากนั้นยังมีการบรรยายสาธารณะ ในหัวข้อ "วิสัยทัศน์โรงเรียนตาดีกาในการสร้างผู้นำมุสลิมยุคใหม่" โดย อุสตาซมูซอ บินอาวัง จากตรังกานู ประเทศมาเลเซีย โดยมีนายแวดือราแม  มะมิงจิ โดยมีประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีกล่าวต้อนรับและเปิดงาน มีตัวแทนอุสตาซและครูตาดีกาจาก 5 จังหวัดชายแดนใต้เข้าร่วมประมาณ 100 คน

มูฮัมมัดอายุบ ปาทาน : PERKASA ต้องนำเสียงประชาชนออกมา

มูฮัมมัดอายุบ กล่าวถึงแนวโน้มที่สำคัญๆ ในพื้นที่ชายแดนใต้ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา เช่น เห็นคู่ขัดแย้งหลักที่ชัดเจนขึ้น เห็นภาคประชาสังคมเพิ่มมากขึ้น เครือข่ายผู้หญิงออกมาทำงานเยอะขึ้น ทุนสนับสนุนการพัฒนาจากต่างประเทศมีมากขึ้น มีเวทีเสวนาสาธารณะมากขึ้น เอกสารลับต่างๆ มีให้อ่านมากขึ้น ฝ่ายความมั่งคงทำงานด้านสันติวิธีมากขึ้น มีหลักสูตรการจัดการความขัดแย้งเกิดขึ้นมากมาย หรือการสื่อสารที่เปลี่ยนไปซึ่งใครๆ ก็สามารถเป็นนักข่าวกันได้ในปัจจุบัน เป็นต้น

มูฮัมมัดอายุบ ตั้งคำถามถึงศูนย์ประสานงานตาดีกา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ PERKASA ซึ่งมีความใกล้ชิดกับประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่พอสมควรว่า จะสามารถนำเสียงหรือความต้องการของประชาชนในพื้นที่ออกมาเป็นข้อเสนอแนะต่อสังคมได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะเป็นข้อเสนอแนะที่ไม่ได้มาจากมาเลเซียหรือมาจากนอกพื้นที่ชายแดนใต้

อับดุลเลาะ อับรู : ตาดีกาจะนำไปสู่ความสามัคคีหรือสันติภาพหรือไม่?”

รศ.อับดุลเลาะ กล่าวว่า จากหัวข้อการเสวนาในวันนี้ชี้ให้เห็นว่าเรากำลังมีปัญหา เพราะหากไม่มีปัญหาเราคงไม่ต้องมาถกกันถึงเรื่องของความสามัคคี หรือแม้กระทั่งประเด็นสันติภาพ แต่ตนขอเสนอให้เปลี่ยนหัวข้อเสวนาเป็น การศึกษา ความสามัคคี และสันติภาพ เพราะด้วยการศึกษาหรือความรู้จะนำสังคมไปสู่ความสามัคคี และมีสันติภาพได้ในที่สุด

รศ.อับดุลเลาะ กล่าวต่อว่า โองการแรกของอัลกุรอานที่พระเจ้าประทานลงมาที่เรามักจะทราบกันดีว่าคือ “จงอ่าน...” ซึ่งจากโองการนี้และโองการต่อๆ มีการพูดถึง 4 ประเด็นที่สำคัญ คือ เรื่องของเตาฮีดซึ่งเป็นฟัรดูอีน และมีการพูดถึงฟัรดูกีฟายะห์ด้วย นอกจากนั้นยังได้พูดถึงเครื่องมือ ซึ่งปัจจุบันเรามีเครื่องมือมากมาย เช่น เฟสบุ๊ค ไลน์ คอมพิวเตอร์ เว็บไซต์ เป็นต้น  เหล่านี้สามารถใช้ในการทำงานศาสนาได้ทั้งสิ้น ประเด็นที่สำคัญคือยังได้สอนในสิ่งที่เราไม่รู้ ซึ่งเมื่อเราไม่รู้สิ่งใดเราจะต้องศึกษาวิจัยเพื่อหาคำตอบ

“เมื่อเราเข้าใจแล้วว่าคำว่าจงอ่านสำคัญและยิ่งใหญ่มาก ซึ่งตาดีกาถูกก่อตั้งมานานก็ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เราจึงต้องตั้งคำถามว่าเราใช้ตาดีกาในปัจจุบันเพื่อนำไปสู่ความสามัคคีหรือสันติภาพหรือไม่?”

รศ.อับดุลเลาะ กล่าวอีกว่า สังคมมลายูของเราล้าหลัง เพราะมีความโง่ จน และแตกแยก เพราะเราคิดว่าเราถูก จึงเกิดความแตกแยกหรือทะเลาะกัน เรามักจะเป็นตัวแทนแนวคิดของคนต่างประเทศหรือต่างพื้นที่ เรากลับลืมแนวคิดของคนในพื้นที่ของเราเอง เช่น เมื่อไปเรียนตะวันออกกลางก็เอาแนวคิดตะวันออกกลางกลับมาเผยแพร่ในพื้นที่ หรือเมื่อไปเรียนตะวันตกก็เอาแนวคิดตะวันตกกลับมาเผยแพร่ ทำให้เราแตกแยกกันเอง แต่สิ่งที่น่าแปลกใจในพื้นที่ของเราก็คือเรายากจนบนแผ่นที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์

อับดุลเราะห์มาน : ตาดีกาต้องให้ความสำคัญกับภาษาและวัฒนธรรมมลายู

ดร.อับดุลเราะห์มาน กล่าวว่า โรงเรียนตาดีกาเกิดมานานมากแล้ว ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่าโรงเรียนมลายู โดยแนวคิดก็มาจากคำว่า “จงอ่าน” หรือเพื่อให้คนมลายูอ่านออก เขียนได้ หรือมีการศึกษานั่นเอง และที่สำคัญคือ เราจะต้องให้ความสำคัญกับภาษาแม่ของเราให้มาก นั่นก็คือ ภาษามลายู เพราะความเป็นมลายูไม่ได้ขัดกับอิสลาม และอิสลามเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ก็ไม่ได้มาเพื่อทำลายวัฒนธรรมมลายู เพราะสองสิ่งนี้สามารถไปด้วยกันได้

ดร.อับดุลเราะห์มาน กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สำคัญคือ เราจะต้องต่อต้านการแตกแยก และต่อต้านความล้าหลัง สิ่งสำคัญคือ จะต้องเพิ่มศักยภาพตลอดเวลา และเมื่อมองคนอื่นที่ดีกว่าหรือเก่งกว่า เราอย่าท้อแต่จงพัฒนาตัวเองต่อไป ที่สำคัญคือเราจะต้องสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นหรือคนต่างแนวคิดได้และทำงานร่วมกันด้วยความให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่จะต้องไม่เสียจุดยืน

มูซอ บินอาวัง : ตาดีกาคือความหวังในการที่จะรักษาภาษามลายูปาตานี

อุสตาซมูซอ กล่าวว่า ภาษามลายูนับวันยิ่งจะหายไปจากปาตานี โรงเรียนตาดีกานี้แหละคือความหวังในการที่จะรักษาภาษามลายูในพื้นที่ เพราะมีแนวโน้มว่าอีก 2 ช่วงอายุคนหรือรุ่นเหลนของเรา ภาษามลายูอาจหายไปจากปาตานีได้ แต่ยังไม่สายหากตาดีกาทำหน้าที่เป็นอย่างดีก็จะสามารถรักษาภาษามลายูไว้ได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือ อย่าให้ตาดีกานำเยาวชนไปสู่ความเป็นชาตินิยม หรือพรรคพวกนิยม เป็นจงนำไปสู่ความเป็นอิสลาม

อุสตาซมูซอ กล่าวต่อว่า สิ่งที่โรงเรียนตาดีกาสอนไม่ใช่แค่สอนเพียงแค่ตัวอักษรให้อ่านออกเขียนได้เท่านั้น เพราะก็จะไม่ต่างจากโรงเรียนทั่วๆ ไป แต่โรงเรียนตาดีกาจะต้องใส่จิตวิญญาณของผู้ศรัทธาให้กับผู้เรียนด้วย เพราะเห็นได้ชัดว่าผู้นำของมุสลิมในอดีตที่ยิ่งใหญ่ มีความเสียสละสูง หรือมีความเป็นอยู่แบบสมถะ ก็ล้วนแล้วมาจากการอบรมสั่งสอนที่ดีจากอาจารย์ของเขาหรือผู้รู้แทบทั้งสิ้น

วงระดมสมองย้ำต้องพัฒนาครูตาดีกา สร้างตาดีกาต้นแบบ

หลังการเสวนาได้มีการจัดกิจกรรมแบ่งกลุ่มระดมสมองเพื่อหาแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนและการบริหารจัดการตาดีกาเพื่อให้มีประสิทธิภาพ โดยประเด็นสำคัญที่มีการนำเสนอคือ การพัฒนาครูผู้สอนให้สามารถสอนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายกลุ่มเรียกร้องให้มีกิจกรรมการพัฒนาครูผู้สอนอย่างจริงจัง ครูผู้สอนต้องมีวิสัยทัศน์ มีเครือข่ายการทำงานร่วมกัน มีเป้าหมายร่วมที่จะพัฒนาการเรียนการสอนตาดีกาอย่างแท้จริงโดยมีข้อเสนอให้สร้างตาดีกาต้นแบบเพื่อเป็นโมเดลให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

อีกประเด็นที่มีการนำเสนอในการแลกเปลี่ยนคือบทบาทของชุมชน ผู้ปกครองนักเรียนจำเป็นที่จะต้องเข้ามามีส่วนในตาดีกามากขึ้น จะต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างตาดีกากับผู้ปกครอง ต้องมีกิจกรรมร่วมกันระหว่างตาดีกากับชุมชนมากกว่านี้ อีกทั้งได้มีข้อเสนอให้มีกิจกรรมตาดีกาสำพันธ์ทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัดหรือระดับห้าจังหวัดที่ไม่ใช่แค่เพียงกิจกรรมด้านวิชาการหรือการเรียนการสอนเท่านั้น แต่รวมถึงกิจกรรมด้านกีฬาและอื่นๆ ทั้งนี้ PERKASA จะต้องเป็นผู้ประสานงานโดยจะต้องมีเครื่องมือการสื่อสารใหม่ๆ เพื่อความสะดวกในการทำงานเครือข่าย เช่น ต้องมีเวบไซท์หรือการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นต้น