บทความ ครบ 11 ปีคดียิง“ฟัครุดีน บอตอ” ศาลทหารยกฟ้องจำเลย

ย้อนกลับไป 11 ปีที่แล้วช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 6 สิงหาคม 2549 เสียงปืนดังขึ้น 1 นัดจากหน้าตลาดเทศบาลเมืองตันหยงมัส นายฟัครุดีน บอตอ ถูกยิงทะลุลำคอจนล้มลง โดยมือปืนลั่นไกยืนอยู่ห่างไปแค่ 2 เมตรก่อนหลบหนีไป เขาสลบและถูกนำตัวเข้าโรงพยาบาลระแงะ จ.นราธิวาส อย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า คนร้ายขี่รถจักรยายนต์ซูซูกิสแมช และใช้อาวุธปืนขนาด.45 โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้ และถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาลทหาร (อันเนื่องมาจากจำเลยเป็นทหาร)

เวลาผ่านไป 11 ปี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ศาลมณฑลทหารบกที่ 46 ก็มีคำพิพากษาคดีนี้ออกมา (คดีดำที่ 3/2550 คดีแดงที่ 2/2560) ซึ่งผลของคดีนี้คือ ศาลยกฟ้อง เพราะยกประโยชน์เพราะความสงสัยของคดี“แด่จำเลย”

เบื้องต้นเราต้องเข้าใจก่อนว่าในการตัดสินของศาลนั้น หากปรากฏว่ามีเหตุให้สงสัยในพฤติการณ์ของจำเลยแล้วส่วนใหญ่ศาลจะยกฟ้อง เพราะศาลถือว่าการปล่อยคนผิดไป 11 คนดีกว่าการลงโทษคนบริสุทธิ์แค่คนเดียว

ถามว่าเหตุการณ์การที่เกิดขึ้นกับนายฟัครุดีน บอตอ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)ในขณะนั้น ก็ยังไม่สามารถนำคนร้ายมาลงโทษได้“แล้วถ้าเป็นชาวบ้านตาดำดำล่ะ?” คำถามนี้จะเกิดขึ้นในใจกับคนหลายๆ คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เขาเป็นผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการโรงเรียนดารุสลาม หนึ่งในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขนาดใหญ่และชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดนราธิวาส

หากไม่เคารพกฎหมายแล้วกฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร?

จากการที่ผมได้พูดคุยกับนายฟัครุดดิน บอตอ ท่านเองก็ยอมรับในคำตัดสินของศาล “เพราะหากเราไม่เคารพกฎหมายแล้วกฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร”

เขามองว่า สถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนใต้ขณะนี้ เราไม่ควรเพิ่มความขัดแย้งให้มากขึ้น ส่วนใครทำอะไรไว้นั้น ผลกรรมก็จะตามตกอยู่กับคนนั้นเอง

นายฟัครุดีน ทิ้งท้ายไว้ว่า“ทุกวันนี้ ท่านมีความสุขอยู่กับสิ่งที่เป็นอยู่ ท่านอยากให้ทุกๆคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองในสามจังหวัดชายแดนใต้นี้ให้น่าอยู่เหมือนในอดีตกันอีกครั้ง โดยย้ำว่าการแก้ปัญหาในสามจังหวัดชายแดนใต้ ภาครัฐต้องใจกว้างยอมรับความจริง เข้าใจอัตลักษณ์และบริบทของมุสลิมในพื้นที่  และมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรม  และท่านหวังว่า คดีความของท่านจะเป็นกรณีศึกษาที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาต่อไป”

แม้ว่า ทุกวันนี้ นายฟัครุดดินหายจากอาการบาดเจ็บหลังจากต้องพักรักษาตัวและพักฟื้นอยู่นานหลายปีแล้ว แต่ก็เหมือนคนเป็นอัมพาตครึ่งซีก ต้องนั่งรถเข็ญอยู่ตลอดเวลา

ทว่า สิ่งหนึ่งที่เขายังปฏิบัติอยู่เฉกเช่นเดียวกับตอนที่ยังไม่ถูกยิง ก็คือเขายังต้องการที่จะออกไปพบปะผู้คนเพื่อนบ้าน ร่วมงานมงคลสมรสที่เหล่าบรรดาศิษยานุศิษย์เชิญไปป็นเกียรติ ร่วมการบุญต่างๆในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของบรรดญาติสนิทมิตรสหายอยู่ทุกวันไม่ขาดสาย

ประวัติส่วนตัว

นายฟัครุดดีน บอตอ

ที่อยู่ 809 ถนนเทศบาล 8 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

ตำแหน่งปัจจุบัน

-ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนดารุสสาลาม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

-ผู้จัดการโรงเรียนดารุสสาลาม

ระดับการศึกษา

-ปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยการาจี ณ ประเทศปากีสถาน

ตำแหน่งในอดีต

-สมาชิกสภาจังหวัดนราธิวาส (ส.จ.)

-สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนราธิวาส (4 มีนาคม 2543–19 กันยายน 2549)

-กรรมาธิการต่างประเทศวุฒิสภา

-กรรมาธิการกิจการ สตรี เด็ก ผู้สูงอายุ วุฒิสภา

บทบาทด้านการศึกษา

ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการโรงเรียนดารุสสาลาม เมือปี 2523 หลังจากนั้นท่านได้พัฒนาโรงเรียนดารุสสาลาม และได้เปลี่ยนแปลงหลักสูตรการเรียนการสอนจนเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลพระราชทานโรงเรียนดีเด่นและรางวัลพระราชทานผู้บริหารดีเด่นมาตลอดเกือบทุกปี

ปัจจุบันได้ก่อตั้งกองทุนเด็กกำพร้าและยากจนจำนวน 500 คน โดยให้ความอนุเคราะห์ค่าเล่าเรียนโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายต่างๆ

บทบาทด้านการเมือง

ในการเลือกตั้งทั่วไปสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 2540 ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนจังหวัดนราธิวาสเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ท่านมุ่งมั่นในการทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา และมีบทบาทในการอภิปรายและศึกษาการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอด จนเป็นข่าวโด่งดังทั้งในทีวี หนังสือพิมพ์

ท่านเป็นนักการเมืองมุสลิมในจังหวัดนราธิวาสที่พี่น้องประชาชนยอมรับและเคารพนับถือ ท่านเป็นนักการเมืองที่พิทักษ์ความยุติธรรมให้กับประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ

ในช่วงรักษาการสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนราธิวาส เมือวันที่ 6 สิงหาคม 2549 เวลาประมาณ 06.30 น.หลังกลับจากทำธุระในตลาดเทศบาลตันหยงมัส มีคนร้ายขี่รถจักยานยนต์จ่อยิงเข้าที่ต้นคอทะลุแก้มอาการสาหักปางตาย อาการปัจจุบันอัมพฤต ต่อมาอัยการศาลทหารบกปัตตานีได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ยิงนายฟัครุดดีน บอตอ และเมือวันที่ 20 มิถุนายน 2560 ศาลมณฑลทหารบกปัตตานี ได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยในคดีนี้ และอัยการศาลทหารดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อไป