‘อักษรา’ยืนยัน‘พูดคุยสันติสุข’ไม่ใช่ยุทธศาสตร์เอกราชปี75ของ BRN เผยกำลังสร้างกลไกพื้นที่ปลอดภัย

พล.อ.อักษรา ยืนยัน“พูดคุยสันติสุข”ไม่ใช่ยุทธศาสตร์การประกาศเอกราชในปี 2575 ของขบวนการ BRN แต่เป็นนโยบายรัฐบาลที่จะออกจากความขัดแย้งอย่างยั่งยืน เผยบรรลุข้อตกลงพื้นที่ปลอดภัยแล้ว อยู่ระหว่างสร้างกลไกความร่วมมือสู่การปฏิบัติในพื้นที่

พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ออกหนังสือชี้แจงสื่อมวลชนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2560 รวม 5 ข้อ ดังนี้

1.ในขณะที่ทุกฝ่ายเรียกร้องหา“สันติภาพ”และปฏิเสธไม่ได้ว่า“การพูดคุย”เป็นก้าวแรกของกระบวนการสันติภาพ แต่ยังมีบางท่านไม่เชื่อมั่นการพูดคุยฯ สังเกตได้จากกระแสสื่อสังคมที่มักเชื่อมโยงเหตุการณ์ และกล่าวอ้างว่าการพูดคุยฯ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การประกาศเอกราชในปี 2575 ของขบวนการ BRN ทั้งๆไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้ว การพูดคุยฯเป็นแนวทางสันติวิธี ย่อมไม่ใช่ต้นเหตุความรุนแรงแน่นอน แต่ในทางกลับกันการพูดคุยฯซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล จะช่วยนำไปสู่การออกจากความขัดแย้งอย่างยั่งยืนและเป็นความหวังของประชาชน ในการนำความสงบสุขสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

2.ผมขอเรียนว่าเราได้ใช้เวลากว่า 3 ปีแล้ว จนสามารถตกลงกับกลุ่มผู้เห็นต่างฯในหลักการพื้นที่ปลอดภัยได้สำเร็จ และกำลังอยู่ระหว่างการสร้างกลไกความร่วมมือ เพื่อนำหลักการไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างโมเดลพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง มิใช่โมเดลที่สร้างจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว

3.คณะพูดคุยฯ ได้มอบหมายให้ผู้แทนส่วนราชการในพื้นที่ที่ร่วมเป็นคณะพูดคุยฯ ทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เร่งสร้างความเข้าใจกับภาคประชาสังคมทั้ง 521 เครือข่าย ที่ยังมีแนวความคิดและจุดยืนของตนเอง แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ต้องการความสงบสุขปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ ทุกศาสนา มาช่วยสนับสนุนกระบวนการพูดคุยฯ และร่วมกันกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เป็นความเร่งด่วนแรก ก่อนการพัฒนาด้านอื่นๆ ที่มักมาในรูปแบบเดิมๆ ที่ได้ยินมาจนคุ้นเคย แต่ไม่มีคำว่าพื้นที่ปลอดภัย หรือพื้นที่ปลอดภัยสาธารณะเลย

4.จากการที่สื่อมวลชนมักให้ความสำคัญต่อการพูดคุยฯ โดยสนใจเพียงว่าจะเดินทางไปคุยกันอีกเมื่อใด คุยกับใคร เรื่องอะไร และผลเป็นอย่างไรนั้น ผมต้องขอทำความเข้าใจอีกครั้งว่าคณะพูดคุยฯได้พูดคุยกันตลอด ทั้งเป็นบุคคลและในรูปแบบคณะเทคนิคร่วม รวมทั้งพูดคุยกันแบบเต็มคณะ โดยก่อนหน้าเดือนรอมฎอน(มิถุนายน 2560) ได้คุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างฯ และผู้อำนวยความสะดวก เพื่อควบคุมสถานการณ์ในห้วงเดือนรอมฎอนและในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปลายเดือนมิถุนายน 2560 ได้จัดประชุมคณะพูดคุยฯ เพื่อประเมินสถานการณ์ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนรอมฎอน พร้อมกับแจกหนังสือเพื่อสร้างความเข้าใจกับสังคมต่อไป

5.ท่านนายกรัฐมนตรี มีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่และมีนโยบายชัดเจนในเรื่องการพูดคุยเพื่อสันติสุข โดยแสดงความจริงใจต่อกลุ่มผู้เห็นต่างฯ ทุกพวก/ทุกฝ่ายที่ใช้แนวทางสันติวิธีหาทางออกจากความขัดแย้งร่วมกัน ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับผู้เห็นต่างฯทุกกลุ่ม ไม่ว่ากลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ ที่ให้ความร่วมมือสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับกลุ่มที่ยังมีแนวคิดสุดโต่งใช้ความรุนแรงกดดันรัฐบาลนั้น จำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย และมาตรการทางทหารดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสำคัญ

มาราปาตานี เสนอ 5 อำเภอให้เลือกทำพื้นที่ปลอดภัย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา พล.อ.อักษรา ให้สัมภาษณ์เบนาร์นิวส์ว่า กลุ่มมาราปาตานีซึ่งเป็นกลุ่มผู้เห็นต่างที่อยู่ในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขกับฝ่ายไทยได้เสนอรายชื่ออำเภอ 5 อำเภอเพื่อให้ฝ่ายไทยได้คัดเลือกเป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ซึ่งฝ่ายคณะทำงานของไทยจะคัดเลือกอำเภอเป้าหมายหนึ่งอำเภอต่อไป

สำหรับกลุ่มที่ยังมีแนวคิดสุดโต่งที่ พล.อ.อักษรากล่าวถึงนั้นอาจเป็นขบวนการ BRN (แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมาลายู) แม้ว่าในกลุ่มมาราปาตานีมีสมาชิกที่มาจาก BRN อยู่ด้วยก็ตาม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข: ไทยกำลังคัดเลือกที่ตั้ง “พื้นที่ปลอดภัย” หลังมาราปาตานีเสนอตัวเลือก 5 อำเภอแล้ว