LDI ลุย 6 ตำบลขยาย ค้นจุดเด่นในชายแดนใต้ เพื่อหนุนทำแผนพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม

LDI เริ่มสนับสนุนการทำแผนพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม6 ตำบลขยายในชายแดนใต้นำบทเรียนจากโครงการ ช.ช.ต.และแนวทาง CDD มาใช้ แต่ใช้เวลาสั้นกว่า ชมตัวอย่างการลงพื้นที่เก็บข้อมูล ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานีหวังเป็นตัวอย่างให้ท้องถิ่นอื่นๆสนใจสร้างปฏิสัมพันธ์ประชาชนกับอปท.เพื่อลดความหวาดระแวง แต่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน 

LDI ลุยงาน 6 ตำบลขยาย หนุนทำแผนพัฒนาแบบมีส่วนร่วม 

สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) เริ่มขยายผลแนวคิดการพัฒนาท้องถิ่นแบบให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) อีก 6 แห่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการนำบทเรียนที่ได้จากการดำเนินโครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนภาคใต้(ช.ช.ต.) ที่ใช้กระบวนการ CDD หรือการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นบนฐานความต้องการของประชาชน (Community Driven Development) ที่ธนาคารโลก (WB) นำไปใช้ในพื้นที่ขัดแย้งหรือพื้นที่เปราะบางในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียและแอฟริกา 

อปท.ทั้ง 6 แห่งได้แก่ เทศบาลตำบลโกตาบารูอ.รามัน จ.ยะลา, องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ปุโรงอ.กรงปินัง จ.ยะลา, อบต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส, อบต.โฆษิตอ.ตากใบ จ.นราธิวาส, อบต.ละหารอ.สายบุรี จ.ปัตตานี และ อบต. บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี 

โดยก่อนหน้านี้ มี อปท.กว่า 50 แห่งให้ความสนใจกระบวนการนี้จากการที่ได้เข้าร่วมเวทีการนำเสนอ “บทเรียนการสร้างสันติสุข 3 จังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้กรอบการพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม : กระบวนทัศน์หลักประชารัฐ ประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 27 – 29 เมษายน 2560 ที่โรงแรมหรรษาเจบีอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 

(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องได้ที่ ๐ช.ช.ต.ขยายพื้นที่หนุน“ทำแผนพัฒนาที่ชาวบ้านมีส่วนร่วม”ในอีก 20 อบต.ชายแดนใต้

นำบทเรียนจากโครงการ ช.ช.ต.และแนวทาง CDD มาใช้ 

การขยายผลครั้งนี้เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา กับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หลังจากโครงการ ช.ช.ต.ที่ทำกับ 43 ชุมชน และ 6อปท.รวมระยะเวลาเกือบ 9 ปี กำลังจะจบลง แต่การขยายผลครั้งนี้เป็นการหนุนเสริมการทำแผนพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมของ อปท.ข้างเคียงซึ่งเรียกว่า“อบต.ขยาย”นั้น ไม่ใช่การลงไปทำโครงการระดับชุมชนหรือระดับตำบลอย่างในโครงการ ช.ช.ต. 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในส่วนของ อบต.ขยายนี้ก็ยังคงได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลกเช่นเดิม และใช้เครื่องมือเดียวกันกับกระบวนการ CDDแต่ใช้เวลาสั้นกว่ามากโดย 6อปท.เดิมในโครงการ ช.ช.ต.ได้แก่ อบต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี อบต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี มีอบต.โคกเคียนอ.เมือง จ.นราธิวาส อบต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส อบต.อาซ่องอ.รามัน จ.ยะลา และ อบต.ห้วยกระทิงอ.กรงปินัง จ.ยะลา 

ตัวอย่างการลงพื้นที่เก็บข้อมูล ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ 

เมื่อไม่นานมานี้ คณะทำงานของ LDI ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลตำบลทั้ง 6 ตำบลพร้อมกับพูดคุยกับคนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่โดยเฉพาะนายกอบต. รวมถึงผู้นำต่างๆ ทั้งผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่มหรือผู้นำตามธรรมชาติและยังลงไปดูยังจุดสำคัญๆของแต่ละตำบลมาแล้ว โดยเป็นการลงพื้นที่ต่อเนื่องตำบลละประมาณ 1 สัปดาห์ 

ตัวอย่างเช่น พื้นที่ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี คณะทำงานที่นำโดยนายอิสมาแอล สิเดะ ใช้เวลาลงพื้นที่เก็บข้อมูล 6 วันจุดที่ลงไปดูมีตั้งแต่ชายทะเลขึ้นไปจนถึงยอดเขา เช่น ชายหาดบางมะรวด(บูวัส)ที่สวยงามและน้ำใสมากๆ อ่าวบางมะรวดที่เคยคึกคักในอดีต พื้นที่สุสานทั้งของคนจีน ฝรั่งและคนมลายูในอดีต ไปจนถึงยอดเขาสูงชันที่เป็นที่ปักกลดของหลวงพ่อหนอน เป็นต้น 

จากข้อมูลที่ได้คณะทำงานมองว่า ต.บ้านกลางมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติได้ ซึ่งข้อมูลพื้นฐานต่างๆที่ได้อาจจะถูกนำเสนอเพื่อหนุนเสริมการทำแผนพัฒนาแบบมีส่วนร่วมของ ต.บ้านกลางต่ออบต.บ้านกลางต่อไปนั้นเอง โดยสอดคล้องกับที่ อบต.บ้านกลางเองก็มีแผนที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้วเช่นกัน 

เพื่อชี้ทิศทางการพัฒนาตำบล แต่ใช้เวลาสั้นกว่าโครงการ ช.ช.ต. 

นายอิสมาแอล สิเดะ เจ้าหน้าที่ LDIกล่าวว่า ทีมลงพื้นที่เก็บข้อมูลเป็นทีมเฉพาะกิจมี 5 คน เพื่อสนับสนุนการทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของอบต.ในพื้นที่ตำบลขยาย 6 ตำบลข้างเคียงจาก 6 ตำบลเดิมในโครงการ ช.ช.ต.เป็นการลงพื้นที่เก็บข้อมูลเฉพาะประเด็นตามโจทย์ที่ได้รับมาซึ่งมาจากข้อมูลทั่วไปที่มีอยู่ โดยลงมาดูว่าในพื้นที่มีอะไรที่เป็นโอกาสหรือข้อจำกัด มีโครงสร้างพื้นฐานอะไร 

นายอิสมาแอล กล่าวว่า ในการเก็บข้อมูลจะใช้เครื่องมือเดียวกับที่ใช้ในกระบวนการ CDD  เช่น ใช้แผนที่ การทำผังชุมชน การทำแบบสอบถาม การกำหนดพิกัด GPS เป็นต้น ใช้เวลาเก็บข้อมูลตำบลละประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นนำมาประมวล วิเคราะห์เพื่อชี้ประเด็นว่าแต่ละตำบลควรจะพัฒนาไปในทิศทางไหนและนำเสนอ ซึ่งต่างจากกระบวนการ CDD ที่ใช้เวลาเยอะมาก แต่กระบวนการนี้ใช้เวลาสั้นๆ 

หวังเป็นตัวอย่างให้ท้องถิ่นอื่นๆสนใจ 

นายอิสมาแอล กล่าวต่อไปว่า ผลที่ได้จะไปเสนอต่ออบต.เพื่อสนับสนุนหรือใช้ประกอบการทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของ อบต.ต่อไป ซึ่งหาก อบต.รับทางLDI ก็จะมีทีมสนับสนุนการทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของ อบต.ต่อไป โดยทีมสนับสนุนนี้จะทำหน้าที่สนับสนุนในเชิงข้อมูล ซึ่งคาดว่าประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ แต่ละตำบลก็จะเริ่มทำแผนฯแล้ว 

“เป้าหมายของโครงการนี้จริงๆ ก็คือต้องการให้เป็นตัวอย่างในการเก็บข้อมูลประกอบการทำแผนพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมให้กับการพัฒนาอื่นๆของท้องถิ่นต่อๆไปด้วย”นายอิสมาแอล กล่าว 

จากผังตำบลประกอบเรื่องเล่าจากพื้นที่ สู่การหนุนเสริมทำแผนพัฒนาท้องถิ่น 

ต่อมาวันที่ 14 มิถุนายน 2560ที่สำนักงาน LDIซึ่งตั้งอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คณะทำงานเก็บข้อมูลตำบลจาก 3 ตำบล ได้แก่ อบต.โฆษิต, อบต.ละหาร และ อบต.บ้านกลาง มานำเสนอข้อมูลหลังจากการลงพื้นที่ให้ทีมงานและนักวิชาการได้วิเคราะห์เพื่อจัดทำข้อเสนอต่ออปท.ต่อไป ส่วนพื้นที่ตำบลอื่นๆได้นำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ 

ในการนำเสนอข้อมูลนั้น จะมีทั้งแผนผังตำบลที่แสดงจุดสำคัญๆรวมทั้งเส้นทาง ต้องอธิบายถึงกรอบความคิดในประเด็นหลักๆและประเด็นรองของตำบลนั้นว่ามีความสำคัญอย่างไร เรื่องเล่าของตำบลเป็นอย่างไร ต้องมีตารางและภาพประกอบการนำเสนอ รวมทั้งเครื่องมือและวิธีการที่ใช้ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ซึ่งทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดทิศทางที่เหมาะสมของพื้นที่ในการหนุนเสริมการจัดทำแผนพัฒนาของท้องถิ่นต่อไป 

สร้างปฏิสัมพันธ์ประชาชนกับอปท.เพื่อลดความหวาดระแวง 

นายคณุสสัน ศุภวัตรวรคุณเลขาธิการ LDI เล่าถึงที่มาของงานหนุนเสริมการจัดทำแผนพัฒนาในพื้นที่ตำบลขยายนี้ว่า มีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างความไว้วางใจในภาคส่วนต่างๆ ระหว่างประชาชนกันเอง ประชาชนกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่เพื่อให้มีโอกาสในการปฏิสัมพันธ์กันในทางที่ดีขึ้นเช่นเดียวกับโครงการ ช.ช.ต. 

“จากประสบการณ์การทำงานร่วมกันในพื้นที่บนฐานความต้องการของประชาชนที่ผ่านมา ทำให้ชุมชนได้ผ่านกระบวนการระดมความคิดจนรู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของชุมชน ซึ่งนอกเหนือจากการจัดเวทีแล้ว เราต้องหนุนเสริมให้คนในชุมชนได้มีการศึกษาข้อมูลร่วมกัน เพื่อจัดทำข้อมูลระดับชุมชนและข้อมูลระดับตำบลด้วย แล้วทำการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน ซึ่งจะทำให้สามารถกำหนดแนวทางการพัฒนาของชุมชนได้” 

สำรวจข้อมูลในมิติที่สำคัญๆของพื้นที่ชายแดนใต้ 

นายคณุสสัน บอกว่า เพื่อจะให้เกิดความยั่งยืน อปท.ในพื้นที่ ควรเข้าใจกระบวนการนี้ด้วย คือ จัดทำข้อมูลระดับตำบลแล้วนำมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์เพื่อสนับสนุนการทำแผนการพัฒนาท้องถิ่นซึ่งถือเป็นการบุกเบิกการทำข้อมูลเพื่อสนับสนุนกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นที่สำคัญ เพราะมีการสำรวจในมิติที่สำคัญๆของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

“การทำงานของเราคือต้องการที่จะพัฒนาระดับตำบลบนฐานของการมีส่วนร่วมและสะท้อนความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยการทำข้อมูลที่แท้จริงของพื้นที่ ในประเด็นสำคัญในเชิงปัญหาและเชิงศักยภาพ เพื่อที่จะให้ข้อมูลเหล่านี้นำไปสู่การวางแผนการพัฒนาอย่างจริงจัง” นายคณุสสัน กล่าว 

ให้แผนพัฒนามีข้อมูล ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน 

นายคณุสสัน กล่าวว่า เป้าหมายคือ การทำแผนพัฒนาที่มีข้อมูลช่วยให้แผนพัฒนาของอบต.สามารถตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนได้มากขึ้น หมายถึง ได้รับการแก้ปัญหาหรือปัญหาในพื้นที่ลดลง นำไปสู่ความสุขของประชาชนมากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน หรือความสัมพันธ์ประชาชนกับ อบต.ดีขึ้น เพราะ อบต. ได้มีแผนพัฒนาที่มาจากการสำรวจของประชาชนจากพื้นที่ จนนำสู่การทำงานโดยที่ประชาชนมีส่วนร่วม 

นายคณุสสัน กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญโมเดลนี้จะถูกนำเสนอในเวทีสาธารณะต่างๆ รวมถึงในเวทีวิชาการที่ LDIจะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่ ม.อ.ปัตตานี นำเสนอการพัฒนาชุมชนบนฐานของความต้องการของประชาชน และบทบาทของภาคประชาสังคมในกระบวนการสันติภาพ เป็นต้น