พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ลงพื้นที่ จ.ยะลา เร่งรัดผลักดันงานพัฒนาเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลและคณะ ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับส่วนราชการในกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ห้องประชุม ศรียะลา ศาลากลางจังหวัดยะลา โดยมี นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศอ.บต. พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ ศอ.บต. นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. นายประสิทธิ์ ชูเมือง รองเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ทางคณะฯ ยังเดินทางไปกราบนมัสการเจ้าคณะจังหวัดยะลา ณ วัดเวฬุวัน ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา และเดินทางไปเยี่ยมคำนับประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา อีกด้วย

พลเอกอุดมเดช สีตบุตร เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ว่า การลงพื้นที่จังหวัดยะลาในครั้งนี้ เพื่อรับทราบแผนการปฏิบัติ ในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นทางการคมนาคมทางบกหรือถนน ทางเรือ รวมทั้งขนส่งทางอากาศ ซึ่งเป็นการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ในครั้งนี้มีโอกาสได้รับทราบข้อมูลในภาพรวมที่เตรียมการไว้ในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 3 จังหวัด ได้ให้ข้อมูล และชี้แจงในเรื่องต่างๆให้รับทราบ พร้อมลำดับความเร่งด่วนแผนงานต่างๆ เกี่ยวกับการพัฒนาทางด้านเส้นทาง และขนส่ง

“หลังจากรับทราบข้อมูลแล้ว ทางฝ่ายคณะผู้แทนพิเศษ ก็จะรวบรวมไปนำเสนอยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การเชื่อมโยงการค้าขายระหว่างประเทศ ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งได้มีการผลักดันให้เกิดการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก ทั้ง 2 จุด นอกจากนี้ได้ติดตามความคืบหน้าในเรื่องของสนามบินเบตง จ.ยะลา ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างแล้วอีกด้วย”

พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ยังกล่าวอีกว่า ข้อมูลเหล่านี้ทางคณะผู้แทนพิเศษฯ จะพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นให้ได้ ทั้งนี้โครงการบางโครงการมีแผนดำเนินการแล้ว แต่ในบางเรื่องมีความสำคัญเร่งด่วน เช่น เรื่องถนน ที่มีแผนในปี 2562-2564 จะเร่งรัดให้ปรับและดำเนินการในปี 2561-2562 เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน

สำหรับการประเมินการทำงานของ คปต.ส่วนหน้า ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการประเมินกันไปแล้ว รวมทั้งได้ส่งรายงานผลการประเมินไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในภาพรวมผลการประเมินอยู่ในขั้นดีทุกกลุ่มงาน ยกเว้นกลุ่มงานที่ 1  ที่ประเมินได้ปานกลาง  ซึ่งยอมรับได้เนื่องจากเป็นเรื่องของความปลอดภัย