ชาวบ้านยืนยันค้านเหมืองหินบาตูฆอ จ.ยะลา นายทุน-ชาวบ้านหวิดปะทะก่อนเปิดเวที

ชาวบ้านยืนยันคัดค้านเหมืองหินบาตูฆอ จ.ยะลา ห่วงผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หวิดปะทะระหว่างนายทุนกับชาวบ้าน นายอำเภอให้เริ่มกระบวนการใหม่ ผู้จัดการบริษัทขู่จะฟ้องศาลปกครอง

ชาวบ้านคัดค้านเหมืองหินบาตูฆอ ยะลา

13 มิถุนายน 2560 ชาวบ้านควนนางา บาตูฆอ ม.4 ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา กว่า 400 คน ยกมือคัดค้านการขอสัมปทานทำเหมืองแร่หินปูนอุตสาหกรรมของบริษัท ศิลาเขาแดง จำกัด ในเวทีประชุมหารือแนวทางแก้ปัญหากรณีการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ ณ ทีทำการผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.ห้วยกระทิง

เวทีดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากคณะกรรมการหมู่บ้านได้ขอให้นายอมร ปรีดางกูร นายอำเภอกรงปินังมาช่วยแก้ปัญหาเนื่องจากที่ผ่านมาในเอกสารประกอบการขอสัมปทานดังกล่าวระบุว่า ชาวบ้านเห็นด้วยกับการให้สัมปทานเหมืองหินดังกล่าวถึง 2 ครั้งซึ่งขัดแย้งกับความเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ที่ไม่เห็นด้วย และมีข้อมูลหลายอย่างไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริงของพื้นที่

นายอมร ปรีดางกูร นายอำเภอกรงปินังจึงได้เชิญอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 1 สงขลาซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง และนายอับดุลลาเต๊ะ ยากัด เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ศิลาเขาแดง จำกัด มาให้ข้อมูลกับชาวบ้านด้วย

หวิดปะทะระหว่างนายทุนกับชาวบ้าน

แต่ก่อนที่จะเริ่มเวทีปรากฏว่านายอับดุลลาเต๊ะ ยากัด เข้ามาปากเสียงกับแกนนำชาวบ้านและนายอำเภอเนื่องจากไม่พอใจในการจัดเวทีวันนี้ เพราะตนได้ดำเนินการขอประทานบัตรอย่างถูกต้องตามกฎหมายและได้รับฟังความเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่ไปแล้ว จนเจ้าหน้าที่ต้องมาคุมเชิง จากนั้นจึงได้ออกไปสังเกตการณ์รอบนอกบริเวณเวทีจัดงาน

ขณะที่อุตสาหกรรมจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่มาให้ข้อมูล หลังจากให้ข้อมูลแก่ชาวบ้านแล้วได้ขอออกจากบริเวณเวทีเช่นกันโดยระบุว่า พวกตนมาให้ข้อมูลเท่านั้นส่วนการรับฟังความเห็นนั้นเป็นหน้าที่ของนายอำเภอที่จะรับฟังและส่งรายงานให้พวกตนทราบต่อไป เพราะหากยังอยู่ต่ออาจถูกฟ้องร้องจากผู้ขอสัมปทานได้ว่าไม่มีความเป็นกลาง แต่ชาวบ้านต้องการให้อยู่เพราะมีคำถามที่จะถาม ระหว่างนั้นฝ่ายมีการส่งเสียงคัดค้านเป็นระยะพร้อมกับชูป้ายคัดค้าน แต่ก็ไม่มีความวุ่นวายอะไร

ชาวบ้านห่วงผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

ส่วนคำถามของชาวบ้านส่วนใหญ่จะถามในเรื่องผลกระทบมากกว่า ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ผลกระทบมีทั้งต่อดิน คือสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนไป ต่อน้ำคือการปนเปื้อนของโลกหะหนักในแหล่งน้ำธรรมชาติในกรณีที่มีโลหะหนักปนอยู่ ต่อลมคือฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย และต่อสภาพอากาศคือทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเนื่องจากป่าไม้หายไป

นายอำเภอให้เริ่มกระบวนการใหม่

ระหว่างนั้น นายอมรกล่าวต่อชาวบ้านว่า กระบวนการที่ดำเนินการมาแล้วทั้งหมดจะให้ยกเลิกแล้วมาเริ่มกระบวนการใหม่ ซึ่งหากชาวบ้านเห็นด้วยก็จะดำเนินการต่อ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็ต้องหยุดโดยต้องการให้จบลงที่หมู่บ้าน จากนั้นจึงให้ชาวบ้านยกมือว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ผลก็คือมีเพียง 2 คนที่ยกมือเห็นด้วย ที่เหลือกว่า 400 คนยกมือคัดค้าน

จากนั้นจึงให้ผู้ที่ยกมือคัดค้านลงลายมือชื่อเพื่อส่งไปยังให้องค์กรบริหารส่วนตำบล(อบต.)รวบรวมและสรุปส่งให้นายอำเภอรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดตามขั้นตอนต่อไป

นายอมร กล่าวว่า ชาวบ้านจะเอาอย่างไรตนก็จะอยู่ข้างชาวบ้าน ทุกอย่างจะเอาเข้า อบต.อีกครั้งตามระเบียบ ตนยึดความถูกต้องเป็นหลัก ซึ่งตามระเบียบการขอสัมปทานไม่จำเป็นต้องทำเวทีประชาคมอย่างที่ทำมาแล้วก็ได้ เพียงมารับฟังความเห็นจากชาวบ้านก็เพียงพอแล้ว

ผู้จัดการบริษัทขู่จะฟ้องศาลปกครอง

ด้านนายอับดุลลาเต๊ะ ยากัด เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ศิลาเขาแดง จำกัด ผู้ขอสัมปทาน ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านมาแล้ว แต่มีปัญหาคือ อบต.ไม่ยอมนำเข้าที่ประชุมสภา อบต. ส่วนในนี้นายอำเภอชวนตนมาลงดูพื้นที่ แต่มาเห็นการจัดเวทีตนจึงตกใจ เพราะทำเวทีรับฟังความเห็นมาแล้ว ทำไมต้องทำอีก

“ตอนนี้ยังรอความเห็นจากสภาอบต.อยู่ ถ้าไม่ได้ผมก็จะร้องศาลปกครองที่นายอำเภอมายกเลิกกระบวนการที่ทำมาแล้ว แต่ถ้าอบต.ให้ความเห็นชอบ ขั้นต่อไปก็จะทำ EIA (รายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ส่วนที่ชาวบ้านยังค้านอยู่ก็เพราะความคิดยังไม่เปลี่ยน ยังไม่เห็นผลประโยชน์ที่จะได้รับ” นายอับดุลลาเต๊ะ กล่าว

นายอับดุลลาเต๊ะ กล่าวอีกว่า การทำเหมืองแร่นี้มีประโยชน์มาก เพราะเป็นอุตสาหกรรมวัสดุทดแทน หมายถึงเอาไปผลิตอย่างอื่นได้ เพราะประเทศต้องมีการพัฒนาการทำเหมืองจึงมีความสำคัญ และที่นี่เองก็ถูกประกาศเป็นแหล่งหินอุตสาหกรรมด้วย จึงสามารถทำเหมืองได้

“ที่ชาวบ้านคัดค้านเพราะถูกคนนอกเข้ามายุยง แต่เราไม่อยากไปโต้แย้งเรื่องนี้ จะสู้กันในทางกฎหมายมากกว่า ที่ผ่านมาเราคิดละเอียดแล้วว่าจะต้องเจอกับการต่อต้าน แต่มันก็ได้ประโยชน์กับพื้นที่ ส่วนผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ชาวบ้านกลัวนั้นก็มีกฎหมายมาควบคุมอยู่แล้ว ผลกระทบมันต้องมีอยู่แล้ว แต่ถ้ารุนแรงจริงๆเหมืองแร่ทั้งหลายก็คงถูกสั่งปิดไปตั้งนานแล้ว” นายอับดุลลาเต๊ะ กล่าว

นายอับดุลลาเต๊ะ กล่าวว่า สำหรับสัมปทานที่ขอครั้งนี้ประมาณ 300 ไร่ ตามกฎหมายที่ให้เพียง 300 ไร่ต่อ 1 คำขอ แต่พื้นที่ที่ประกาศเป็นแหล่งหินอุตสาหกรรมทั้งหมด 3,000 ไร่ แต่เพียง 300 ไร่ก็ใช้เวลาถึง 20-30 ปีกว่าจะหมด

แกนนำชาวบ้านยันชาวบ้านช่วยรักษาป่า-แหล่งน้ำ

ด้านนายมะยูโซะ สาและ หนึ่งในแกนนำชาวที่คัดค้าน กล่าวว่า ชาวบ้านยืนยันคัดค้าการทำเหมือนแร่เพราะที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ บริเวณที่จะสัมปทานเป็นภูเขาหินปูน มีถ้ายาวประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ชาวบ้านสามารถมาใช้ได้ในฤดูแล้ง มีพื้นที่ป่าพรุที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งแม้ว่าที่ชาวบ้านจะทำการเกษตรสวนยางพาราและสวนผลไม้ส่วนใหญ่แต่ถ้าเป็นพื้นที่ป่าและต้นไม้ใหญ่ชาวบ้านก็จะรักษาไว้

“จุดสัมปทานมีบ้านชาวบ้านอยู่ห่างแค่ 40 เมตร หากมีการระเบิดหินแล้ว ก้อนหินจะไม่กระเด็นมาตกใส่หลังคาบ้านหรือ ขนาดเหมืองหินที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลาบ้านชาวบ้านอยู่ห่างถึง 200 เมตรก็ยังถูกก้อนหินกระเด็นตกใส่หลังคาได้” นายมะยูโซะ กล่าว

นายมามุ มะแซ ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 กล่าวว่า ชาวบ้านยืนยันคัดค้านโครงการนี้ แต่ที่ผ่านมามีการทำเวทีประชาคมแล้วแต่ผลออกมาว่าชาวบ้านเห็นด้วยนั้นไม่ถูกต้อง ตนจึงขอให้ทางนายอำเภอมาฟังชาวบ้านอีกครั้ง เพราะชาวบ้านบางคนย้ายมาจาก ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งที่นั่นเป็นที่ตั้งโรงโม่หิน 6 โรงจึงทำให้รู้ผลกระทบเป็นอย่างไร

เขาหินปูนลูกหนึ่งในบ้านควนนางา ที่อยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ขอสัมปทานทำเหมืองแร่หิน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“บาตูฆอ กรงปินัง”ธรรมชาติมหัศจรรย์ สิ่งสวยงามที่อาจหายไป "ช.ช.ต."จะช่วยได้อย่างไร