เปิดใจเหยื่อระเบิดบิ๊กซีปัตตานี ทุกชีวิตมีค่า ทวงถาม “ใครมีสิทธิ์ทำอย่างนี้”

เปิดใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดที่บิ๊กซี ไม่คาดคิดว่าสถานที่สาธารณะแบบนี้ต้องตกเป็นเป้า พ่อของลูกที่บาดเจ็บตับไตฉีกขาดทวงถามใครมีสิทธิ์ทำแบบนี้ พนักงานบิ๊กซีผวาเหตุระเบิดจนต้องพึ่งยานอนหลับ พ่ออยู่กทม.ต้องใจหายเมื่อเช็คข่าวที่ปัตตานี

จากเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่ห้างบิ๊กซี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ทำให้มีได้รับบาดเจ็บมากกว่า 60 คน โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้(DSJ) ได้พูดคุยกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและได้รับผลกระทบ ทุกคนไม่คาดคิดว่าสถานที่สาธารณะต้องตกเป็นเป้าความรุนแรง เด็กต้องได้รับบาดเจ็บทั้งที่เป็นผู้บริสุทธิ์ ครอบครัวต้องเดือดร้อนวอนขอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

ลูกสาวจะกินไอศกรีม แต่ต้องมาเจอระเบิดที่ตับไตฉีกขาด ใครมีสิทธิ์ทำอย่างนี้

“ไม่คาดคิดมาก่อนว่าลูกสาวเราต้องมาโดนระเบิดที่ประกอบเป็นคาร์บอมบ์ที่นี่ เพราะที่นี่เป็นห้างสรรพสินค้าที่ทุกคนชอบมาเที่ยวโดยเฉพาะเด็กๆ ที่จะมาเดินเล่นและมาซื้อของเล่นกันเป็นประจำ” นางรอบีฮะห์ เจะแมะ แม่ของ ด.ญ.นุรซาฟีการ์ สุรอระยอ อายุ 2 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้

นางรอบีอะห์บอกว่าวันเกิดเหตุน้องชายของตนได้พาลูกสาวก็คือ ด.ญ.นูรซาฟีการ์กับลูกชายอีกคนที่เป็นชายของเด็กหญิงนูรซาฟีการ์มาเที่ยวปัตตานี เพื่อฉลองที่น้องชายพึ่งกลับจากประเทศมาเลเซีย หลังทานอาหารที่ร้านนาครัว ฮาลาล บุฟเฟต์ ตนกับนายบุดีมาน สะรอระยอ สามีและลูกสาว ลูกชายเตรียมกลับบ้านในพื้นที่ อ.ปะนาเระ เมื่อผ่านหน้าห้างบิ๊กซีลูกทั้งสองคนอยากกิน ไอศกรีมที่บิ๊กซี น้องชายจึงพาลูกเข้าไปในบิ๊กซี เมื่อไปในบิ๊กซี สักพักก็เกิดเหตุระเบิดขึ้น ขณะเกิดเหตุลูกสาวกำลังยืนรอพี่ชายเข้าห้องน้ำซึ่งไม่ไกลกับประตูที่รถคาร์บอมบ์จอดอยู่ ทำให้ลูกสาวอาการหนัก

นางรอบีฮะห์ บอกว่าแรงอัดของระเบิดทำให้ลูกสาวตับกับไตฉีกขาด ซึ่งทีมแพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ตอนนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU โดยแพทย์บอกว่าต้องดูอาการสัก 1 – 2 สัปดาห์จึงจะให้กลับบ้านได้ คิดว่ายังดีที่บาดเจ็บไม่หนักกว่านี้หรือต้องพิการ      

นายบุดีมาน พ่อของ ด.ญ.นูรซาฟีการ์ กล่าวว่าแม้ว่าตนไม่สามารถที่รู้ได้ว่าจะเกิดอะไรกับลูกสาว แต่มนุษย์ไม่มีสิทธิจะทำอย่างนี้ “ผมมีภาระที่จะเลี้ยงดูลูกให้เติบโตเป็นคนดีในสังคม แต่คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะทำลูกสาวอาการหนักถึงขนาดนี้ เพราะผมต้องเลี้ยงลูกอย่างยากลำบากกว่าจะเติบโตได้ถึงขนาดนี้” นายบุดีมาน กล่าว

เช็คข่าวจากกรุงเทพ ลูกและครอบครัว 3 คนบาดเจ็บ ทั้งที่เป็นที่สาธารณะ

พ่อผู้ไม่ประสงค์ออกนามของเด็กคนหนึ่งที่ได้ผลกระทบจากเหตุระเบิดบิ๊กซีกล่าวว่า ตนอยู่กรุงเทพมหานคร เมื่อเกิดเหตุเพื่อนที่เป็นตำรวจโทรศัพท์มาบอกว่ามีผู้ที่ได้รับที่มีนามสกุลเหมือนกับตน ต่อมาเช็ดรายชื่อปรากฏว่าเป็นลูกของตน ลูกอยู่กับพี่สาวที่นราธิวาส วันเกิดเหตุพี่สาวพาลูกชาย หลานสาวไปสอบครูผู้ช่วยในเมืองยะลา โดยไปกันทั้งหมด 4 คน มีพี่สาว พี่เขย หลานสาว และลูกของตน ขากลับจึงกลับทางปัตตานีเพื่อแวะซื้อของที่บิ๊กซี แต่เข้าห้างสักพักเกิดระเบิดขึ้นมา ทำให้ครอบครัวของตนบาดเจ็บทั้งหมด 3 คน มีพี่เขย หลานสาว และลูกชาย ตอนนี้ทั้ง 3 คน ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลปัตตานี

“ไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ เพราะโดยปกติครอบครัวใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว ไม่ไปในสถานที่หรือชุมชนที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุหรือเดินทางในช่วงกลางคืน แต่ก็มาโดนที่นี่ ไม่คิดเลย เพราะที่นี่เป็นพื้นที่สาธารณะที่คนมาสิ่งของเป็นประจำ”

ผู้ได้รับผลกระทบรายนี้กล่าวว่าการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยากมาก เพราะต่างฝายต่างไม่ยอมซึ่งกันและกัน ถึงแม้ทั้ง 2 ฝ่ายมีการพูดคุยกันไปก็ตาม ส่วนคนกลางก็ไม่สามารถทำอะไรได้ สุดท้ายความเดือดร้อนตกแก่ชาวบ้านในพื้นที่ทั้งคนมุสลิมและไทยพุทธ

ตกใจจนสลบ ตื่นตระหนกจนต้องพึ่งยานอนหลับ ขอให้เป็นเหตุสุดท้าย

นางสาวปวีณา นวลจันทร์ อายุ 33 ปีเป็นพนักงานห้างบิ๊กซี ขณะเกิดเหตุกำลังจัดของอยู่ด้านใน เมื่อเกิดระเบิดขึ้นจึงได้วิ่งร้องหาน้องสาว เพราะน้องสาวทำงานที่บิ๊กซีเหมือนกัน แต่วันนั้นน้องสาวหยุดงาน ด้วยความตกใจจากแรงระเบิดจึงสลบ รู้สึกอีกครั้งตอนอยู่ที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลปัตตานี ช่วงนั้นหากมีฟ้าผ่าน.ส.ปวีณาจะกรีดร้องดังมากทำให้แม่และเพื่อนๆ ต้องเข้ากอดและปลอดใจ

นางสาวปวีณา บอกว่าตอนนี้ถ้าได้ยินเสียงดังๆ จะเกิดอาการตกใจ หวาดกลัว กลางคืนนอนไม่หลับและมีอาการสะดุ้งตื่นตลอดเวลา ทำให้นอนไม่หลับ โดยปกติตนเป็นคนนอนง่าย แพทย์จึงต้องให้กินยานอนหลับทุกคืน

“เหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก เพราะเหตุความรุนแรงมันส่งผลกระทบต่อจิตใจและทุกด้านของชีวิต แต่เมื่อเกิดแล้วก็ขอให้เหตุนี้เป็นเหตุสุดท้าย ไม่อยากเห็นคนอื่นๆ ที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มันทรมานมาก”

หยุดทำงานไม่ได้ ลูกกำลังเรียนหนังสือ

นางนารีมัน มะหะมะ  อายุ 41 ปี เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดคาร์บอมบ์กล่าวว่า ถึงแม้ว่าตนโดนระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ แต่ตนก็จำเป็นที่จะต้องทำงานที่บิ๊กซีต่อไป เพราะถ้าออกจากงานแล้ว ไม่รู้จะไปทำงานอะไร เพราะมี ลูก 4 คน ที่ต้องเลี้ยงดู ทั้งหมดกำลังเรียนหนังสือ คนแรก กำลังศึกษาปี่ที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา คนที่ 2 เรียนท่องจำอัล-กุรอ่านที่ปอเนาะ คนที่ 3 กำลังเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และคนสุดท้องกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ตนต้องเลี้ยงคนเดียว เพราะสามีเสียชีวิตประมาณ 2 ปีแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง