พันธมิตร CSO จัดงานสมัชชาสันติภาพปาตานี ย้อนรอย 40 ปีการต่อสู้ของประชาชนเพื่อ “พลังประชาสังคม พลังสันติภาพ”

ประชาสังคมชายแดนใต้ระดมเครือข่ายสร้าง “พลังประชาสังคม  พลังสันติภาพ” จัดสมัชชาสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี วันที่ 18 มีนาคม ณ หอประชุม คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา พร้อมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ การต่อสู้ทางการเมืองในความขัดแย้ง: จะเสริมปัญหาหรือจะสร้างทางออก? (Politicisation of Conflicts: Part of the Problem or Part of the Solution?) โดย ดร.นอร์เบิร์ต โรเปอส์ ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ เสวนาสาธารณะ และการเสวนาสาธารณะ “4 ทศวรรษการเมืองประชาชน: เราเดินมาไกลถึงไหนแล้ว?” 

การจัดงาน สมัชชาสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี 2017 PA(T)TANI PEACE ASSEMBLY 2017 "พลังประชาสังคม พลังสันติภาพ" โดยสภาประชาสังคมชายแดนใต้และองค์กรพันธมิตรในครั้งนี้เป็นการจัดงานต่อเนื่องทุกปีของเครือข่ายประชาสังคมปาตานีโดยเริ่มครั้งแรกที่เป็นการจัดงานวันสื่อทางเลือกชายแดนใต้ในปี 2556 และงานวันสื่อสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี วันที่ 28 ก.พ. 2558 ที่ผ่านมา

สำหรับการจัดงานสมัชชาสันติภาพในครั้งนี้จะมีไฮไลท์ที่สำคัญคือ การเสวนาสาธารณะ 4 ทศวรรษการเมืองประชาชน เราเดินทางไกลมาถึงไหนแล้ว โดยจะเป็นการย้อนรำลึกถึงบทบาทการต่อสู้ของประชาชนปาตานีในช่วงตลอดระยะเวลา 40 ที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่การต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมของประชาชนที่หน้ามัสยิดกลางปัตตานีในปี 2518 จนถึงปัจจุบันโดยมีบุคคลที่มีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญในแต่ละเหตุการณ์มาบอกเล่าบนเวที

40 ปีการต่อสู้ของประชาชน บนเส้นทางสู่สันติภาพ

การเสวนาเรื่องการเมืองประชาชนที่จะสะท้อนเรื่องราวของการต่อสู่ในเวทีนี้เริ่มจากเหตุการณ์การเรียกร้องความเป็นธรรมและการประท้วงใหญ่ที่ปัตตานีใน 2518 ซึ่งจะมีนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ อดีตผู้นำนักศึกษากลุ่มสลาตันที่บทบาทในการเรียกร้องความเป็นธรรมต่อรัฐบาลไทยในขณะนั้นและเป็นนักการเมืองผู้คร่ำหวอดคนหนึ่งของสังคมมุสลิมจะเป็นผู้ร่วมเสวนาและบอกเล่าถึงบทบาทการต่อสู้ทางการเมืองของช่วงเวลานั้น

เหตุการณ์การต่อสู้ทางการเมืองที่สำคัญอีกช่วงเลาหนึ่งของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ กรณีการเรียกร้องเรื่องฮิญาบและกรณีการเรียกร้องให้รัฐบาลถอนมัสยิดกรือเซะออกจากการเป็นโบราณสถาน ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์นักเป็นเหตุการณ์การต่อสู้ทางการเมืองที่เป็นหมุดหมายสำคัญของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ร่วมสมัย ซึ่งการย้อนรอยบทบาทการต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้จะมีนายมูฮำหมัดอายุบ ปาทาน ที่เป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวในขณะนั้นในฐานะประธานกลุ่มยุวมุสลิมยะลา (ยมย.) และเป็นประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ในขณะนี้เป็นผู้นำเสนอในเวทีเสวนา

ในช่วงทศวรรษที่ 1990 ประเด็นการต่อสู้ทางการเมืองของภาคประชาชนปาตานีได้เกิดการขับเคลื่อนขนานใหญ่ในเรื่องการปกป้องละเรียกร้องสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ไมว่าจะเป็นประเด็นเรื่องการเรียกร้องยกเลิกเขื่อนสายบุรี การต่อสู้ในเรื่องเหมืองถ่านหินสะบ้าย้อยจนเกิดขบวนการต่อสู้ภาคประชาชนอย่างขนานใหญ่ ซึ่งในประเด็นนี้จะมีคุณละม้าย มานะการ ผู้ประสานงานเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติจะเป็นผู้ร่วมเสวนาบอกเล่าการต่อสู้ของประชาชนเพื่อน้ำ ป่า นา เล

ในปี 2550 ในห้วงสถานการณ์ความรุนแรงรอบใหม่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ ในสถานการณ์ที่ต้องอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกษาและกฎหมายพิเศษ พรก.ฉุกเฉิน แม้ว่าสถานการณ์ในพื้นที่อยู่ในสภาวะกดดันและอันตราย แต่นักศึกษากลุ่มหนึ่งได้แสดงพลังการต่อสู้ของภาคประชาชนที่นำโดยเครือข่ายนักศึกษาพิทักษ์ประชาชนได้รวมพลังก่อการชุมนุมใหญ่ที่หน้ามัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีโดยแสดงให้เห็นถึงพลังของสันติวิธีในการต่อสู้ทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด ซึ่งในเวทีนี้ ตูแวดานียา ตูแวแมแง อดีตประธานเครือข่ายนักศึกษาพิทักษ์ประชาชน จะมาร่วมย้อนรอยปรากฏการณ์สันติธรรมกับการชุมนุมใหญ่ในสถานการณ์ความขัดแย้งปี 50 ด้วยตัวเอง

ประกาศข้อเสนอเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์สันติภาพ เพื่อการสร้างสันติภาพในพื้นที่กลางที่เปิดกว้าง

อีกฮไลท์หนึ่งของงานสมัชชาสันติภาพคือ การนำเสนอ 5 ประเด็นยุทธศาสตร์สันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี “พื้นที่การเมือง: การสร้างสันติภาพในพื้นที่กลางที่เปิดกว้าง” ที่จะเป็นการยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อสาธารณะของเครือข่ายองค์กรประชาสังคม ซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์สันติภาพนี้เป็นผลการดำเนินงานตามกรอบของสภาประชาสังคมชายแดนใต้ที่ต้องการเห็นสังคมแห่งนี้เป็น “สังคมที่เป็นธรรมและมีสันติภาพสาหรับทุกคน”

ทั้งนี้กระบวนการจัดทาข้อเสนอนั้นเริ่มตั้งต้นขึ้นหลังจากการระดมสมองในกลางปี 2559 เพื่อสรุปบทเรียนการทางานขององค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ในรอบ 12 ปี กระทั่งผลิตเป็นยุทธศาสตร์สภาประชาสังคมชายแดนใต้ข้างต้น จากนั้นในเดือนสิงหาคมและต่อเนื่องอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2559 จึงได้ริเริ่มเปิดพื้นที่พบปะระหว่างตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ผ่านกระบวนการจัดทำแผนที่การทำงานของเครือข่ายภาคประชาสังคม (Mapping) เพื่อตระหนักถึงตำแหน่งแห่งที่ขององค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่และศักยภาพที่จะทำงานร่วมกันในอนาคต

สำหรับองค์กรที่เข้าร่วมมีกว่าเจ็ดสิบกลุ่ม กิจกรรมดังกล่าวยังกลั่นให้ได้มาซึ่งประเด็นปัญหาสาธารณะที่กลุ่มต่าง ๆ กาลังรับมืออยู่ โดยสามารถจำแนกแยกแยะได้ถึง 14 ประเด็นและกลุ่มงาน ในจานวนนี้มี 5 ประเด็นสำคัญที่ผู้เข้าร่วมเรียงลาดับความสำคัญไว้สูงที่สุด อันได้แก่ ความมั่นคงทางอาหารบนฐานทรัพยากร พื้นที่สาธารณะปลอดภัย ห้องเรียนสันติภาพในชุมชน วาระการพัฒนาเด็กและเยาวชน และการสื่อสารที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน

5 ประเด็นสาธารณะข้างต้น สภาประชาสังคมชายแดนใต้ได้ร่วมกันพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยมีการจัดตั้งคณะทางานร่วมที่รับผิดชอบในการยกร่างข้อเสนอแนะในแต่ละประเด็น มีการเปิดเวทีย่อยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีการระดมความคิดเห็นในสาระสำคัญของทั้งห้าประเด็น ตั้งแต่การประเมินสถานการณ์ ปัญหาที่กาลังเผชิญอยู่ การพิจารณานโยบายหรือทิศทางของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ตลอดจนการระดมข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมที่มาจากองค์กรภาคประชาสังคม ทั้งในส่วนที่เป็นองค์กรสมาชิกของสภาเองและองค์กรพันธมิตรต่าง ๆ กระทั่งสามารถสรุปข้อเสนอเชิงนโยบายที่เปิดต่อสาธารณะในงานสมัชชาสันติภาพในครั้งนี้

 

อ่านรายละเอียด กำหนดการได้ที่

http://www.deepsouthwatch.org/node/10418