เปิดใจชาวบ้านนักพัฒนาแห่งบ้านทุ่งกง “ได้รู้ว่าความโปร่งใสและมีส่วนร่วมจริงเป็นอย่างไร”

เปิดใจชาวบ้านนักพัฒนาแห่งบ้านทุ่งกงในโครงการ ช.ช.ต. กลุ่มดอกไม้จันทน์และใบลาน กลุ่มออมทรัพย์ และลานกีฬา เผยได้เรียนรู้ว่าโครงการที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมจริงเป็นอย่างไร ได้ความกล้าหาญในงานพัฒนา กล้าเป็นวิทยากร

นับตั้งแต่สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา หรือ LDI (Local Development Institute) เลือกพื้นที่ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส ทำโครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ (ช.ช.ต.) โดยการสนับสนุนของธนาคารโลก (World Bank) ตั้งแต่ปี 2553 บ้านทุ่งกง หมู่ที่ 8 ต.โคกเคียน ถือเป็นหนึ่งชุมชนที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นพอสมควร

ที่ผ่านมาคณะทำงานแห่งบ้านทุ่งกง ได้เสนอขอสนับสนุนการดำเนินโครงการระดับหมู่บ้านผ่านโครงการ ช.ช.ต.ไปแล้ว 3 โครงการ แต่ละโครงการก็ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายของ LDI เป็นอย่างดี

โครงการแรก คือโครงการจัดตั้งกลุ่มดอกไม้จันทน์และใบลาน มีสมาชิกรวม 35 คน มีนางสุทิศา ชูเวช เป็นประธานโครงการ งบประมาณสนับสนุน 180,000 บาท

โครงการที่ 2 คือโครงการการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์บ้านทุ่งกง มีนางวรรณา ดีฬาส เป็นประธานโครงการ งบประมาณ 250,000 บาท มีสมาชิก 63 คน

โครงการที่ 3 คือโครงการลานกีฬาบ้านทุ่งกง มีนางสุไพ สังข์ศรีสุข เป็นประธานโครงการ งบประมาณ 250,000 บาท

แต่ความสำเร็จไม่ใช่อยู่ที่ตัวโครงการ เพราะเป้าหมายจริงๆของ LDI และธนาคารโลกก็คือการสนับสนุนฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจกันผ่านแนวทางการมีส่วนร่วมและสร้างศักยภาพ โดยใช้หลักการสำคัญ คือการพัฒนาที่ชุมชนเป็นหลักในการขับเคลื่อน (Community Driven Development : CDD) ซึ่งโครงการ ช.ช.ต.นี้มีพื้นที่เป้าหมายใน 6 ตำบล รวม 43 หมู่บ้านใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ปัจจุบัน ทั้งกลุ่มดอกไม้จันทน์และใบลานและกลุ่มออมทรัพย์บ้านทุ่งกง เป็นหนึ่งใน 18 ฐานการเรียนรู้ของ “ศูนย์เรียนรู้ตำบลโคกเคียน” หรือ KK Park (Khokkhian Knowledge Park) ที่มีคนมาศึกษาดูงานกันจำนวนมากในรอบปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน KK Park เองก็เป็นโครงการระดับตำบลของโครงการ ช.ช.ต.ที่ LDI และธนาคารโลกสนับสนุนอยู่ก็กำลังต่อยอดโครงการในระยะที่ 2 ที่เน้นการพัฒนาศักยภาพคณะทำงานและวิทยากรในแต่ละฐานให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลและถ่ายทอดความรู้ด้วย

กลุ่มดอกไม้จันทน์และใบลาน

นางสุทิศา ชูเวช ประธานโครงการที่ 1 กลุ่มดอกไม้จันทน์และใบลาน เปิดเผยว่า โครงการที่ 1 ทาง LDI ให้งบประมาณสนับสนุนคณะทำงานจัดตั้งกลุ่มดอกไม้จันทน์และใบลานมา 180,000 บาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทำดอกไม้จันทน์และสานใบลานมาตั้งไว้ที่ที่ทำการกลุ่มซึ่งอยู่ในอาคารเอนกประสงค์ของหมู่บ้าน แต่ถ้าสมาชิกจะใช้ก็เอากลับไปทำที่บ้าน เนื่องจากไม่มีพื้นที่เก็บอย่างเพียงพอและสมาชิกมีเวลาว่างที่ไม่ตรงกัน

นางสุทิศา กล่าวว่า สมาชิกที่ทำดอกไม้จันทน์และสานใบลานส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุกับสตรีที่สามารถใช้เวลาว่างจากการทำงานหลักมาทำดอกไม้จันทน์เป็นรายได้เสริม ใครทำได้มากก็จะมีค่าตอบแทนมาก

นางสุทิศา กล่าวว่า เมื่อตั้งกลุ่มแล้วก็ต้องมีเงินทุนในการบริหารจัดการกลุ่ม จึงมีการหักเงินรายได้จากการทำดอกไม้จันทน์และสานใบลานมาใช้หมุนเวียนภายในกลุ่ม ซึ่งทุกๆวันที่ 5 ของเดือนจะเป็นวันพบปะกันในกลุ่มสมาชิก

นางสุทิศา กล่าวว่า เหตุที่เสนอโครงการตั้งกลุ่มทั้งดอกไม้จันทน์และใบลานรวมกัน เพราะว่าดอกไม้จันทน์มีชาวบ้านทำกันอยู่แล้ว การเสนอโครงการถือเป็นการต่อยอดกิจกรรม ส่วนสานใบลานนั้นเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไปเพราะมีคนทำน้อยลง

นางสุทิศา กล่าวว่า ดอกไม้จันทน์จะมีคนมาซื้อเพื่อใช้จัดงานศพทำมาจากกระดาษสีตัดให้เป็นรูปกลีบดอกไม้แล้วไปอัดกับเครื่องอัดที่สร้างขึ้นมาเอง ก็จะออกมาเป็นลายสวยงามเหมือนกลีบดอกไม้จริงๆ

“สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ของดอกไม้จันทน์สำหรับทำพิธีศพคือไม้กฤษณา แต่ก็มีคนที่ซื้อไปจัดซุ่มงานแต่งงานแทนดอกไม้สด แต่เป็นดอกไม้เปล่าจะไม่มีธูป เทียนและไม้จันทน์ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย” นางสุทิศา กล่าว

กลุ่มออมทรัพย์บ้านทุ่งกง

นางสุทิศา ยังกล่าวถึงโครงการที่ 2 คือโครงการการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์บ้านทุ่งกงว่า ขณะนี้เพิ่งเริ่มปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 20 ราย ส่วนสมาชิกเองแต่ละเดือนก็ต้องมาฝากเงินคนละไม่ต่ำกว่า 20 บาท นอกจากนี้ทางกองทุนยังได้เปิดร้านค้าสหกรณ์เพื่อหารายได้เข้ากองทุนกลุ่มออมทรัพย์บ้านทุ่งด้วย

สำหรับที่ตั้งของกลุ่มออมทรัพย์บ้านทุ่งก็อยู่ในอาคารอเนกประสงค์เช่นเดียวกับที่ทำการกลุ่มดอกไม้จันทน์และใบลาน ซึ่งอาคารอเนกประสงค์ยังเป็นที่ตั้งของสถาบันการเงินชุมชนบ้านทุ่งกง, ร้านค้าประชารัฐบ้านทุ่งกง, ที่ทำการกองทุนหมู่บ้าน, โครงการพัฒนากลุ่มองค์กรชุมชนทุ่งกงเข้มแข็ง และฐานเรียนรู้ตำบลโคกเคียน

กลุ่มสานใบลาน

ด้านนางสุไพ สังข์ศรีสุข ประธานโครงการที่ 3 และเป็นกลุ่มสานใบลานด้วย กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์จากการสานใบลานมีหลายอย่าง ส่วนใหญ่จะสั่งตรงมาจากพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ในโครงการของพระราชินีไว้สำหรับใส่ของที่ระลึกเพื่อมอบให้แขกบ้านแขกเมือง ส่วนคนทั่วไปก็สั่งทำในรูปแบบต่างๆแตกต่างกันไป เช่น กระเป๋า ที่ใส่ธนบัตร กระปุก เป็นต้น

นางสุไพ กล่าวว่า เครื่องมือในการตัดใบลานก็ทำขึ้นเองจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาแต่เดิม จริงๆแล้วโครงการนี้เป็นของสมเด็จพระราชินี กลุ่มใบลานมีสมาชิกทั้งหมด 25 คน ส่วนรายได้ก็แล้วแต่ความขยันของแต่ละคน ถ้าทำมากก็ได้มาก ส่วนต้นลานมีทั้งในพื้นที่และนำมาจาก อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

สิ่งที่ได้จากโครงการ LDI คือความกล้าหาญในงานพัฒนา

นางสุไพ กล่าวว่า สิ่งที่ได้การทำโครงการ LDI คือทำให้เรากล้าที่จะพูดกล้าที่จะไปเป็นวิทยากร โดยเฉพาะในเรื่องการสอนสานใบลาน ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนมากที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าที่จะสอนเลย

“ตอนนี้รับสอนนักเรียนนักศึกษาหรือคนทั่วไปที่สนใจในการสานใบลานแล้วละค่ะ” นางสุไพ กล่าว

นางวรรณา ดีฬาส ประธานโครงการที่ 2 กลุ่มออมทรัพย์บ้านทุ่งกง กล่าวว่า โครงการ LDI เป็นโครงการที่ดีต่อชาวบ้านที่ไม่มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการของรัฐ ทำให้ชาวบ้านมีรายได้และรู้รายละเอียดของโครงการทุกอย่าง โครงการนี้ไม่มีอะไรปิดบังทั้งสิ้น ทุกอย่างเราต้องทำรายงานออกมาให้สมาชิกรู้ทั้งหมด

“โครงการของ LDI ชาวบ้านไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายอะไร เพียงแต่ออกแรงเท่านั้น แต่ก็ทำให้ชาวบ้านได้ประโยชน์มาก ทำให้ชาวบ้านมีกำลังใจที่จะทำต่อไป “นางวรรณา กล่าว

ได้เรียนรู้ว่าโครงการที่โปร่งใสเป็นอย่างไร

ส่วนนางสุทิศา กล่าวปิดท้ายว่า การทำโครงการของ LDI ทำให้ชาวบ้านธรรมดาก็สามารถทำโครงการเพื่อหมู่บ้านของตัวเองได้ ได้เรียนรู้วิธีเขียนโครงการ การเขียนรายงาน การรายงานต่อผู้ให้งบประมาณและสมาชิกทุกคนได้ทราบ

นางสุนิศา บอกว่า เราต้องการให้ทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องการพัฒนาโครงการ เพราะฉะนั้นก็จะสลับกันเป็นประธานและคณะทำงานโครงการเพื่อสร้างการเรียนมีส่วนร่วมในการทำงาน และให้มีโอกาสในการเรียนรู้ร่วมกัน

นางสุนิศา กล่าวว่า ถ้าเป็นโครงการของรัฐก็มีโอกาสน้อยที่ชาวบ้านจะมีส่วนร่วมได้ทุกขึ้นตอนอย่างนี้ เพราะมักจะให้โครงการและงบประมาณมาแต่ไม่ให้ให้วิธีการทำงานหรือสอนกระบวนการทำงานเพื่อให้โครงการมีความยั่งยืนต่อไปได้ แต่ตอนหลังๆมานี้ก็มีหลายโครงการที่เริ่มมีกระบวนการมีส่วนร่วมมากขึ้น

“ที่สำคัญทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ว่าการดำเนินโครงการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้เป็นอย่างไรทุกอย่างเป็นอย่างไร เพราะโครงการของ LDI ต้องชี้แจงให้ได้ทุกอย่าง มีกระบวนการที่ให้ชาวบ้านได้ทำอย่างโปร่งใสและคุ้มค่ามากที่สุด โครงการจึงมีความยั่งยืน” นางสุนิศา กล่าวปิดท้าย

โครงการ ช.ช.ต.กับการพัฒนาโดยใช้กระบวนการ CDD

สำหรับโครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ (ช.ช.ต.) ทาง LDI และธนาคารโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุนฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจในพื้นที่ตำบลเป้าหมายในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยผ่านแนวทางการมีส่วนร่วมและสร้างศักยภาพของรัฐท้องถิ่นและองค์กร/เครือข่ายภาคประชาสังคมผ่านแนวทางการมีส่วนร่วมและสร้างศักยภาพ โดยใช้หลักการสำคัญ คือการพัฒนาที่ชุมชนเป็นหลักในการขับเคลื่อน (Community Driven Development : CDD)

การพัฒนาที่ใช้กระบวนการ CDD เป็นหลักการที่ธนาคารโลกนำไปใช้ในหลายประเทศโดยเฉพาะที่เป็นพื้นที่ขัดแย้งและมีความยากจน

เป็นการพัฒนาที่เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ โดยกระตุ้นและสนับสนุนให้เกิดการร่วมมือกันของสมาชิกในชุมชนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจเลือกโครงการด้วยการปรึกษาหารือกันบทฐานของข้อมูลและความรู้ การวางแผน ลงมือการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการงานและสรุปบทเรียนการทำงาน เป็นต้น

แนวทางคือการสนับสนุนทุนดำเนินงานตรงสู่ชุมชนและตำบล ให้มีการบริหารจัดการโครงการโดยคนในชุมชนเอง โดยให้ชุมชนเสนอโครงการพัฒนาชุมชนบนฐานความต้องการของประชาชนในพื้นที่และก่อให้เกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่

ที่สำคัญ เป็นการยกระดับและพัฒนาศักยภาพของชาวบ้านให้สามารถเป็นนักพัฒนาชุมชนของตัวเองได้อย่างเป็นระบบ เป็นจิตอาสา มีความเป็นธรรม เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความไว้วางใจของคนในชุมชนและหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน และสร้างประสบการณ์ความรู้ที่จะนำไปใช้ในงานต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

KK Park โคกเคียน ได้โอกาสต่อยอดโครงการ เน้นเพิ่มศักยภาพ“ชาวบ้านนักพัฒนา”

KK Park มีอะไรดีที่โคกเคียน ทำไมคนแห่ไปดูผลงานนักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่ของ ช.ช.ต.

“บาตูฆอ กรงปินัง”ธรรมชาติมหัศจรรย์ สิ่งสวยงามที่อาจหายไป "ช.ช.ต."จะช่วยได้อย่างไร

สัมภาษณ์พิเศษ เลขาธิการ LDI “จะหนุนงานสันติภาพเดินคู่กับงานพัฒนาชายแดนใต้ต่อไป”

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(1) รูปธรรมจากชุมชน-วัฒนธรรม-ตาดีกา-ประชาสังคม

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(2) ดูผลสำเร็จใน 5 พื้นที่ขัดแย้ง-กองทุนสันติภาพในไทย

เปิดใจเยาวชน‘บ้านแยะ’ รามัน ทำไมอยากเป็นนักพัฒนารุ่นใหม่

แนะคนทำงานชุมชนยุค 4.0 “ถ้าไม่ปรับตัวเอง คุณจะถูกปรับออก”

อีก 15 หมู่บ้านเสนอโครงการ ช.ช.ต.รอบ 3 ถึงคราวชาวบ้านเรียนรู้และต่อยอดงานพัฒนา

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรม สถ.รับแนวทางไปใช้กับท้องถิ่นทั่วไทย

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นและLDI เปิดเวทีนำเสนอบทเรียนให้อปท.6จังหวัดภาคกลาง