‘ธนา ยันตรโกวิท’รองอธิบดี สถ.: “โครงการ ช.ช.ต.เป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาท้องถิ่น”

สัมภาษณ์พิเศษ ‘ธนา ยันตรโกวิท’ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สถ.ชี้ โครงการ ช.ช.ต.เป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาท้องถิ่น พร้อมออกนโยบายให้ใช้ทั่วประเทศในปีนี้ ยืนยันสร้างการมีส่วนร่วมจริง ทำให้ชุมชนและราชการมองการพัฒนาท้องถิ่นเป็นองค์กรวม ทั้งยังฟื้นความไว้เนื้อเชื่อใจช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งได้

โครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ หรือ ช.ช.ต.มีดีอะไร ทำไมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทวงมหาดไทย จึงมีแนวคิดที่จะนำไปใช้เป็นแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ

หัวใจหลักของโครงการ ช.ช.ต.อยู่ที่การใช้แนวทางการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมที่ให้ชุมชนเป็นหลักในการขับเคลื่อนตามกระบวนการ CDD (Community Driven Development) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 ในพื้นที่นำร่อง 6 ตำบล ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้จริง อีกทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ได้ โดยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันทั้งระหว่างชุมชนด้วยกันเอง กับ อปท.และหน่วยงานรัฐในพื้นที่

โครงการ ช.ช.ต.ดำเนินการโดยสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา หรือ LDI (Local Development Institute) โดยการสนับสนุนธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งหลังจากทีมงานโครงการ ช.ช.ต.เดินทางจากชายแดนใต้ไปนำเสนอ“บทเรียนการสร้างสันติสุข 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” ให้ตัวแทน อปท.ใน 6 จังหวัดภาคกลางรอบกรุงเทพมหานคร ถึงที่อาคารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ก็ได้รับคำยืนยันเรื่องนี้จาก “ธนา ยันตรโกวิท” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

โดยรองอธิบดี สถ.มองว่า โครงการ ช.ช.ต.เป็นต้นแบบสำหรับ อปท.ทั่วประเทศในการวางแผนการพัฒนาท้องถิ่นที่ดี เป็นการสร้างฉันทมติร่วมของคนในชุมชน สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้เพราะสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาระหว่างรัฐกับชาวบ้านได้ ซึ่งนายธนาได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ ดังนี้

ถาม – ทำไมจึงต้องการนำไปแนวทางการดำเนินโครงการ ช.ช.ต.ไปใช้กับ อปท.ในพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ

ธนา ยันตรโกวิท - สถ.เข้าร่วมโครงการ ช.ช.ต.มาตั้งแต่ต้น ในฐานะหน่วยงานดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเคยทำงานกับธนาคารโลกมาหลายโครงการแล้ว หลังจากที่ได้ทดลองทำโครงการในพื้นที่ 6 ตำบลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว เราได้คุยกับทางธนาคารโลกว่า เมื่อเราได้ถอดบทเรียนแล้วเห็นว่า สามาถนำไปใช้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆได้

เราคิดว่า สิ่งที่จะถ่ายทอดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นได้นั้น มีมากกว่าการทำแผนพัฒนาท้องถิ่น แต่มันคือกระบวนการสร้างชุมชนเข้มแข็ง กระบวนการที่ทำให้มองเห็นปัญหาของชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง ซึ่งน่าจะได้ประโยชน์และในการทำแผนก็ไม่มีระเบียบกฎหมายอะไรเขียนกำกับไว้ จึงน่าจะเป็นสิ่งที่ทอดบทเรียนกันได้

แนวทางนี้จะนำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดแรงคิดให้ทั้งผู้บริหารท้องถิ่นและข้าราชการส่วนท้องถิ่น มาช่วยให้การพัฒนาท้องถิ่นให้มีมุมมองที่กว้างมากขึ้น และมีกระบวนการที่นำไปสู่การพัฒนาและการแก้ปัญหาที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนหรือของท้องถิ่นได้มากขึ้น

ถาม-จะนำแนวคิดโครงการนี้ไปเผยแพร่ให้ อปท.อย่างไรและเมื่อไหร่

ธนา ยันตรโกวิท - เมื่อถอดบทเรียนได้แล้ว เราก็จะนำไปเผยแพร่ยังบุคลากรหลักของ สถ.ก่อน คือ ท้องถิ่นจังหวัดและท้องถิ่นอำเภอ คนพวกนี้ที่จะนำไปสนับสนุนหรือแนะนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาดูแลอยู่ ถ้าคนกลุ่มนี้เข้าใจแล้ว กระบวนการถ่ายทอดก็จะง่ายขึ้น ประกอบกับการใช้เอกสาร หนังสือหรือสื่อที่ทางธนาคารโลกจะทำควบคู่กันไป เพื่อให้การทำความเข้าใจเร็วขึ้น

หลังจากที่ถอดบทเรียนครั้งนี้เสร็จแล้ว ทางธนาคารโลกจะสนับสนุนเรื่องการทำสื่อ จากนั้น สถ.จะมีนโยบายที่ต้องมาถ่ายทอดให้บุคลากรของกรมต่อไป คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถเผยแพร่เรื่องนี้ออกไปได้ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ผล 100% เพียงขับเคลื่อนไปได้ก่อนซัก 30% ก็น่าจะดีแล้ว เพราะในช่วงแรกนี้น่าจะอยู่ในช่วงของการปรับปรุงกระบวนการทำแผนพัฒนาท้องถิ่น

ทั้งนี้ เนื่องจากทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้ปรับปรุงกระบวนการทำแผนพัฒนาท้องถิ่นโดยให้ความสำคัญกับกระบวนการทำแผนระดับหมู่บ้าน/ชุมชนอยู่ด้วย เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานไหนอยากจะลงไปทำแผนก็ลงไปๆทำ ทำให้ชาวบ้านก็คิดแยกส่วนตามส่วนราชการที่ลงไปด้วย แต่ตอนนี้เราบอกว่า ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ต้องไปคิดเป็นองค์รวมคือลงไปพร้อมกันทุกหน่วยงาน ไปเรียกชาวบ้านมาคุยพร้อมๆกัน เวลานำเสนอปัญหามันก็จะมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน

ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาสุขภาพก็จะเชื่อมโยงกับเรื่องเกษตร การเกษตรก็จะโยงกับเรื่องการคมนาคม เป็นต้น ซึ่งต้องมองเป็นองค์รวมแล้วมันจะหนุนเสริมกันและกันได้

ถาม – สถ.มองว่า กระบวนการแบบนี้มีส่วนในการแก้ปัญหาความมั่นคงด้วยหรือไม่อย่างไร

ธนา ยันตรโกวิท – กระบวนการแบบนี้ จะสามารถแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงได้ใน 2 ประเด็น ประเด็นแรก ขอยกสิ่งที่ในหลวงท่านได้พูดไว้ว่า เวลาพูดถึงปัญหาความมั่นคงต้องไปแก้ปัญหาเรื่องความกินดีอยู่ดีของชาวบ้านด้วยเพราะมันจะแก้ปัญหาความมั่นคงด้วย

ประเด็นที่สองคือ เป็นการแก้ปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจและความไม่ไว้วางใจกัน โครงการนี้เราเข้าไปทำเรื่องนี้ พยายามให้เขาหันหน้าเข้ามาหากันมากขึ้นระหว่างภาคราชการกับภาคประชาชน ทำให้มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้น

ตอนเริ่มโครงการใหม่ๆ เราเคยพบข้อเท็จจริงที่ว่า เจ้าหน้าที่ อบต.(องค์การบริหารส่วนตำบล) เข้าไปคุยกับชาวบ้านได้อย่างปกติเพราะเขาเป็นมุสลิมด้วยกัน แต่พอเวลาผ่านไประยะหนึ่งเมื่อมีปัญหาด้านความมั่นคงมากขึ้น แม้เขาจะเป็นมุสลิมเหมือนกัน เคยเห็นหน้ากัน เขาก็ไม่พูดคุยด้วย ชาวบ้านบอกว่าเขาเป็นพวกราชการ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าได้มาทำงานร่วมกันแล้ว มันจะย้อนกลับมาสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจกันเหมือนดังเดิม ซึ่งมันก็จะลดปัญหาความขัดแย้งได้

ข้อมูลประกอบ

โครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ หรือ ช.ช.ต. ดำเนินการโดยสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา หรือ LDI (Local Development Institute) โดยการสนับสนุนธนาคารโลก (World Bank) และเป็นความร่วมมือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง, ธนาคารโลก, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กรมพัฒนาชุมชน, กระทรวงแรงงาน และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

โครงการ ช.ช.ต.ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 ประกอบด้วย 2 แผนงาน ได้แก่ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น และแผนงานกองทุนเสริมสร้างสันติภาพ

โดย“แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น” โดยใช้กระบวนการการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเป็นหลัก (Community Driven Development : CDD) มีพื้นที่เป้าหมายในการสนับสนุนโครงการระดับชุมชนและระดับตำบล รวม 6 ตำบล 43 หมู่บ้าน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ และ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี, ต.อาซ่อง อ.รามัน และ ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา, ต.โคกเคียน อ.เมือง และ ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

ส่วน“แผนงานกองทุนเสริมสร้างสันติภาพ” (Peace-building Partnership Fund: PPF) เป็นการสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการทักทอเครือข่ายในการหนุนเสริมสันติภาพ การเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงและการขจัดเงื่อนไขความขัดแย้ง ซึ่งที่ผ่านได้สนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมไปแล้วมากกว่า 10 โครงการ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรม สถ.รับแนวทางไปใช้กับท้องถิ่นทั่วไทย

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นและLDI เปิดเวทีนำเสนอบทเรียนให้อปท.6จังหวัดภาคกลาง

สัมภาษณ์พิเศษ เลขาธิการ LDI “จะหนุนงานสันติภาพเดินคู่กับงานพัฒนาชายแดนใต้ต่อไป”

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(1) รูปธรรมจากชุมชน-วัฒนธรรม-ตาดีกา-ประชาสังคม

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(2) ดูผลสำเร็จใน 5 พื้นที่ขัดแย้ง-กองทุนสันติภาพในไทย

3 องค์กรร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางจากความไม่สงบ

ศอ.บต. จัดเสวนาร่วมกับ สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา และธนาคารโลก เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากต่างประเทศ เรื่องการดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ การศึกษา

เปิดใจเยาวชน‘บ้านแยะ’ รามัน ทำไมอยากเป็นนักพัฒนารุ่นใหม่

แนะคนทำงานชุมชนยุค 4.0 “ถ้าไม่ปรับตัวเอง คุณจะถูกปรับออก”

อีก 15 หมู่บ้านเสนอโครงการ ช.ช.ต.รอบ 3 ถึงคราวชาวบ้านเรียนรู้และต่อยอดงานพัฒนา

KK Park มีอะไรดีที่โคกเคียน ทำไมคนแห่ไปดูผลงานนักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่ของ ช.ช.ต.

“บาตูฆอ กรงปินัง”ธรรมชาติมหัศจรรย์ สิ่งสวยงามที่อาจหายไป "ช.ช.ต."จะช่วยได้อย่างไร