ช.ช.ต.ก้าวไกล กรม สถ.รับแนวทางไปใช้กับท้องถิ่นทั่วไทย

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นรับแนวทาง CDD ไปใช้กับท้องถิ่นทั่วประเทศ ชี้ช่วยสร้างความไว้วางใจระหว่างชุมชน ท้องถิ่นและรัฐได้ ผู้แทน World Bank ยืนยันการมีส่วนร่วมช่วยลดความขัดแย้งได้ ด้านทีมงาน LDI เผย“การจัดการน้ำที่ ต.เกาะสะท้อน”เป็นโครงการเด่นของ ช.ช.ต.

ทีมงาน LDI เข้ากรุงนำเสนอบทเรียน ช.ช.ต.ให้ อปท.6 จังหวัดภาคกลาง

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ทีมงานโครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ หรือ ช.ช.ต.ของสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา หรือ LDI (Local Development Institute) โดยการสนับสนุนของธนาคารโลก (World Bank) ได้เดินทางจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไปนำเสนอ “บทเรียนการสร้างสันติสุข 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งเป็นการนำเสนอบทเรียนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ของโครงการ ช.ช.ต. ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ใน 6 จังหวัดภาคกลางได้ชม ถึงห้องประชุมตึก 5 ภายในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทวงมหาดไทย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

โดยเป็นบทเรียนจากการสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่ให้ชุมชนเป็นหลักในการขับเคลื่อน หรือเรียกว่ากระบวนการ CDD (Community Driven Development : CDD) โดยมีตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)รอบๆกรุงเทพมหานคร ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาครและนครปฐม รวมทั้งนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมประมาณ 70 คน มาร่วมฟังด้วย

สถ.รับแนวทาง CDD ไปใช้กับท้องถิ่นทั่วประเทศ

หลังการนำเสนอ นายธนา ยันตรโกวิท รองอธิบดี สถ.เป็นประธานการประชุมครั้งนี้ กล่าวว่า ทางกรมจะใช้บทเรียนจากการสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นโดยใช้กระบวนการ CDD ของโครงการ ช.ช.ต.เป็นต้นแบสำหรับ อปท.ทั่วประเทศ ซึ่งมองว่าเป็นการวางแผนการพัฒนาท้องถิ่นที่ดี แม้ว่างบประมาณในการพัฒนาท้องถิ่นจะมาจากการทำแผนก็ตาม แต่การจัดทำแผนพัฒนาที่ดีก็อาจไม่ต้องใช้งบประมาณก็ได้ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี

นายธนา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามบทเรียนจากการดำเนินโครงการใน 6 ตำบลดังกล่าวก็อาจจะยังให้ข้อสรุปที่มองไม่เห็นชัดเจนมากนัก แต่กระบวนการพัฒนาดังกล่าวทำให้เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องของการใช้เสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย แต่เป็นฉันทมติร่วมของคนในชุมชน ซึ่งอนาคตเราต้องการฉันทามติมากกว่าเสียงข้างมาก

ชี้ช่วยสร้างความไว้วางใจและขจัดปัญหาความขัดแย้งได้

นายธนา กล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญไปกว่านั้นคือการสร้างเครือข่ายที่เริ่มต้นมาจากระดับตำบลขึ้นมาระดับจังหวัด จะทำอย่างไรที่จะสร้างเครือข่ายทำงานร่วมกัน ขยายให้มากกว่า 6 ตำบลหรือมีเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในพื้นที่ด้วย อย่างเช่นโครงการประชารัฐ

นายธนา กล่าวด้วยว่า โครงการ ช.ช.ต.เคยพาทีมงานไปที่อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซียซึ่งเคยเกิดความขัดแย้งรุนแรงกว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า กรบวนการ CDD สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะทำแล้วสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาได้ระหว่างรัฐศรัทธากับชาวบ้านได้ เมื่อมีความชื่อมันแล้วก็เกิดการช่วยเหลือตามมาบนทรัพยากรและศักยภาพที่แต่ละฝ่ายมี แต่ความเท่าเทียมและความเสมอภาคต้องสร้างให้เกิดในพื้นที่ด้วย

เผยโครงการเด่น ช.ช.ต. “การจัดการน้ำที่ ต.เกาะสะท้อน”

สำหรับโครงการ ช.ช.ต. ซึ่ง LDI ได้ร่วมมือกับ 8 องค์กรรวมทั้ง สถ.ด้วยนั้น ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2552 มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจในพื้นที่ตำบลเป้าหมายในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ผ่านแนวทางการมีส่วนร่วมและสร้างศักยภาพของรัฐท้องถิ่นและองค์กร/เครือข่ายภาคประชาสังคม

ซึ่งในส่วนของการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นโดยใช้กระบวนการ CDD นั้นได้ดำเนินการใน 43 ชุมชน 6 ตำบลใน 6 อำเภอของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส ซึ่งมีทั้งการสนับสนุนทุนระดับชุมชนและระดับตำบล โดยร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในการจัดเวทีประชาคมไปจนถึงการร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาได้สนับสนุนโครงการต่างๆในแล้วหลายโครงการ

โดยกระบวนการ CDD มีหลักการสำคัญคือ เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ โดยกระตุ้นและสนับสนุนให้เกิดการร่วมมือกันของสมาชิกในชุมชนในการพัฒนาชุมชนของตนเองในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจเลือกโครงการพัฒนาด้วยการปรึกษาหารือกันบทฐานของข้อมูลและความรู้ การวางแผน ลงมือการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการงาน กระทั่งสรุปบทเรียนการทำงาน

สำหรับโครงการเด่นๆ ภายใต้โครงการ ช.ช.ต. ที่ทีมงานได้นำเสนอในครั้งนี้ คือ “การจัดการน้ำเพื่อพัฒนาการเกษตรที่ ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส” ที่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งด้านการจัดการน้ำระหว่างชุมชนกับหน่วยงานของกรมชลประทาน

ผู้แทน World Bank ยืนยันการมีส่วนร่วมช่วยลดความขัดแย้งได้

ด้านนางอมรรัตน์ ตันสงวนวงศ์ ผู้แทนธนาคารโลก กล่าวว่า ธนาคารโลกเข้ามาสนับสนุนโครงการนี้เนื่องจากเห็นว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ขัดแย้งที่เปราะบาง โดยในปี 2548 ธนาคารโลกได้รับการพูดคุยจากกระทรวงการคลังว่า มีประสบการณ์จากต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งในภูมิภาคนี้ธนาคารโลกได้เข้าไปทำงานแทบทุกประเทศแล้ว และจากประสบการณ์ที่ได้สามารถรวบรวมเป็นบทเรียนว่า การสร้างสันติภาพนั้นเกี่ยวข้องอย่างไรกับการพัฒนา แต่ถ้าจะเข้ามาทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องปรับในเข้ากับพื้นที่

“สิ่งจำเป็นในการทำงานคือต้องสร้างมาตรการและธรรมาภิบาลให้องค์กรท้องถิ่นและท้องที่ และต้องสร้างเชื่อมั่นระหว่างกันให้เกิดขึ้นในท้องที่เป็นสิ่งแรงที่ต้องทำ” นางอมรรัตน์ กล่าว

นางอมรรัตน์ กล่าวด้วยว่า ถ้าจำได้ในปี 2550 สถานการณ์ในพื้นที่รุนุแรงมาก ข้าราชการลงไปทำงานในพื้นที่ลำบาก จึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อและความมันใจให้เกิดขึ้น ซึ่งจากการลงไปดูการทำงานในระดับท้องถิ่นและท้องที่พบว่า แต่ถ้าจะให้คนมาสัมพันธ์กัน สร้างฉันทมติร่วมกันต้องให้มีส่วนร่วมในการทำงาน

นางอมรรัตน์ กล่าวอีกว่า จากการทำงานของทีมงานผู้ประสานงานระดับพื้นที่ที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าตอนนี้ชุมชนกับชุมชน รวมทั้งท้องถิ่น หน่วยงานรัฐในพื้นที่และส่วนกลางสามารถลงไปทำงานในพื้นที่ได้ ซึ่งเห็นได้ว่าถ้ามีส่วนร่วมในการวางแผนก็จะช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งฝังรากลึกได้ และทำเห็นว่า อปท.และการมีส่วนรวมไม่ได้ทำให้เกิดการพัฒนาเท่านั้น แต่ช่วยลดอุณหภูมิความขัดแย้งลงได้ด้วย

อปท.เห็นด้วย แต่ต้องปรับ

ส่วนคำถามและความเห็นในที่ประชุมมีหลากหลายด้วยกัน เช่น งานการพัฒนามีส่วนในการลดความขัดแย้งอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร และแนวทาง CDD สามารถใช้ได้กับท้องถิ่นทุกแห่งแต่ อปท.นอกพื้นที่ไม่ได้มีโจทย์ปัญหาด้านความมั่นคง ขณะเดียวกัน อปท.บางแห่งก็เป็นอปท.ขนาดใหญ่มีชุมชนที่ต้องดูแลมากกว่าชุมชนในโครงการ ช.ช.ต.รวมกัน เพราะฉะนั้นแนวทาง CDD สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงได้แต่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพราะเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่

เปิด 2 แผนงานโครงการ ช.ช.ต.

สำหรับแผนงานโครงการ ช.ช.ต. ประกอบด้วย 2 แผนงาน ได้แก่ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นแผนงานกองทุนเสริมสร้างสันติภาพ

“แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น” โดยใช้กระบวนการการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเป็นหลัก (Community Driven Development : CDD) โดยมีพื้นที่เป้าหมายในการสนับสนุนโครงการระดับชุมชนและระดับตำบล รวม 6 ตำบล 43 หมู่บ้าน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ และ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี, ต.อาซ่อง อ.รามัน และ ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา, ต.โคกเคียน อ.เมือง และ ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

“แผนงานกองทุนเสริมสร้างสันติภาพ” (Peace-building Partnership Fund: PPF) เป็นการสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการทักทอเครือข่ายในการหนุนเสริมสันติภาพ การเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงและการขจัดเงื่อนไขความขัดแย้ง ซึ่งที่ผ่านได้สนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมไปแล้วมากกว่า 10 โครงการ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นและLDI เปิดเวทีนำเสนอบทเรียนให้อปท.6จังหวัดภาคกลาง

สัมภาษณ์พิเศษ เลขาธิการ LDI “จะหนุนงานสันติภาพเดินคู่กับงานพัฒนาชายแดนใต้ต่อไป”

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(1) รูปธรรมจากชุมชน-วัฒนธรรม-ตาดีกา-ประชาสังคม

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(2) ดูผลสำเร็จใน 5 พื้นที่ขัดแย้ง-กองทุนสันติภาพในไทย

3 องค์กรร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางจากความไม่สงบ

ศอ.บต. จัดเสวนาร่วมกับ สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา และธนาคารโลก เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากต่างประเทศ เรื่องการดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ การศึกษา

เปิดใจเยาวชน‘บ้านแยะ’ รามัน ทำไมอยากเป็นนักพัฒนารุ่นใหม่

แนะคนทำงานชุมชนยุค 4.0 “ถ้าไม่ปรับตัวเอง คุณจะถูกปรับออก”

อีก 15 หมู่บ้านเสนอโครงการ ช.ช.ต.รอบ 3 ถึงคราวชาวบ้านเรียนรู้และต่อยอดงานพัฒนา

KK Park มีอะไรดีที่โคกเคียน ทำไมคนแห่ไปดูผลงานนักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่ของ ช.ช.ต.

“บาตูฆอ กรงปินัง”ธรรมชาติมหัศจรรย์ สิ่งสวยงามที่อาจหายไป "ช.ช.ต."จะช่วยได้อย่างไร