แนะคนทำงานชุมชนยุค 4.0 “ถ้าไม่ปรับตัวเอง คุณจะถูกปรับออก”

9 ชุมชนเสนอโครงการ ช.ช.ต.รอบที่3 เพื่อเรียนรู้กระบวนการพัฒนาและการมีส่วนร่วม มูฮำมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมใต้ แนะคนทำงานชุมชนยุค 4.0 ต้องไม่สุดโต่ง เป็นคนกลางๆพร้อมจะร่วมกับคนอื่น ต้องเข้าใจ 7 เทรนด์การเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ เพราะเป็นข้อต่อสำคัญ แต่ต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ๆด้วย เผยใน 10 ปีนี้เจอ 2 ปัญหาใหม่ คือ“พูดเรื่องใหญ่แต่ไม่มีความรู้ ข้อสรุปเยอะแต่ข้อมูลน้อย” ย้ำ “โลกสมัยใหม่ ถ้าคุณไม่ปรับตัวเอง คุณจะถูกปรับออก” คนทำงานชุมชนต้องเป็นเครือข่ายนิรภัยหนุนเสริมสันติภาพ

9 ชุมชนเสนอโครงการ ช.ช.ต.รอบที่3

สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา หรือ LDI จัดกิจกรรมเวทีพัฒนาข้อเสนอโครงการระดับชุมชน รอบที่ 3 ครั้งที่ 1 โครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ (ช.ช.ต.) ของสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา หรือ LDI ระหว่างวันที่ 21-23 มกราคม 2560 ที่ห้องสะบารัง โรงแรมซีเอสปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี มีตัวแทนชุมชนจาก 9 หมู่บ้าน ใน 3 ตำบลเป้าหมายของ ในส่วนของ“ทุนสนับสนุนการพัฒนาชุมชน”โดยใช้กระบวนการการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเป็นหลัก (Community Driven Development : CDD)

ทั้ง 9 หมู่บ้านที่จะเสนอนำเสนอประเด็นเพื่อพัฒนาเป็นโครงการในครั้งนี้ ได้แก่ บ้านทุ่งเค็จ, บ้านบาเลาะ, บ้านจ่อกองและบ้านลุ่ม ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี บ้านกูวา, บ้านตรือปา, บ้านบารู และบ้านควนนางา ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา และบ้านกือเม็ง ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา ส่วนคณะทำงานระดับชุมชนจาก ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส ไม่สามารถมาร่วมได้เนื่องจากติดปัญหาน้ำท่วม

การเสนอโครงการระดับชุมชนในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 แล้วหลังจากมีโครงการ ช.ช.ต.ตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งโครงการ ช.ช.ต.มีเวลาดำเนินโครงการเหลืออีก 4 เดือน หรือจะจบในเดือนพฤษภาคม 2560 นี้ จึงรีบให้ทางชุมชนเสนอโครงการเพื่อให้ทันพิจารณาและดำเนินการได้

เพื่อเรียนรู้กระบวนการพัฒนาและการมีส่วนร่วม

ทั้งนี้ เนื่องจาก LDI เน้นการเรียนรู้กระบวนการพัฒนาและการมีส่วนร่วมของชุมชนมากกว่าการสนับสนุนโครงการโดยตรง ดังนั้นในการประชุมครั้งมีกำหนดการหลักๆ 3 ส่วน โดยวันแรกให้ผู้เข้าร่วมฟังบรรยายหัวข้อ สถานการณ์ชุมชนและการทำงานจิตอาสาในบริบทความขัดแย้งในชายแดนใต้และในประเทศไทย 4.0(ยุคดิจิตอล) จากมูฮำมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้

จากนั้นเป็นการพูดคุยทำความเข้าใจปัญหาในชุมชนในภาพรวม เป็นการเหลาประเด็นให้คมมากขึ้น รวมทั้งให้โจทย์วิเคราะห์ความสำคัญของปัญหาและสาเหตุที่ต้องเสนอโครงการ

วันที่สองเป็นการให้แต่ละชุมชนเขียนรายละเอียดโครงการมานำเสนอ เพื่อให้มีการระดมความคิดเห็น จากนั้นจึงฝึกการเขียนหลักการและเหตุผล รวมทั้งข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้อง

วันที่สามซึ่งเป็นวันสุดท้ายก็จะการแบ่งกลุ่มนำเสนอโครงการเพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาโครงการเพื่ออนุมัติ และดำเนินการตามขั้นตอนของ CDD ต่อไป

เปิดประเด็นพัฒนา 9 หมู่บ้าน ช.ช.ต.

สำหรับประเด็นที่ทั้ง 9 หมู่บ้านจะเสนอนั้น ได้แก่ บ้านทุ่งเค็จ เสนอประเด็นต่อยอดการพัฒนาคลองทุ่งเค็จและจัดระบบภูมิปัญญาท้องถิ่น, บ้านบาเลาะ จัดตั้งร้านค้าลอยฟ้า, บ้านจ่อกอง พัฒนาศักยภาพกลุ่มองค์กรและเยาวชนชุมชน บ้านลุ่ม การอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งและการรักษาสุขลักษณ์ที่ดีในชุมชน

บ้านกูวา พัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มในชุมชน, บ้านตรือปา การจัดการน้ำอุปโภคบริโภคในชุมชน, บ้านบารู ร้านค้าสหกรณ์ชุมชนบ้านเมาะเยาะ

บ้านควนนางา ปรับปรุงและก่อสร้างลานกีฬาบาตูฆอ และบ้านกือเม็ง สร้างพื้นที่กลางเป็นอาคารเอนกประสงค์

ประธานสภาประชาสังคมใต้ แนะคนทำงานชุมชนยุค 4.0

ขณะที่นายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ บรรยายหัวข้อ สถานการณ์ชุมชนและการทำงานจิตอาสาในบริบทความขัดแย้งในชายแดนใต้และในประเทศไทย 4.0(ยุคดิจิตอล) โดยเริ่มตั้งคำถามต่อผู้เข้าร่วมที่มีประมาณ 100 คนว่า อะไรคือจุดอ่อนของตัวเอง เพื่อสะท้อนในเรื่องการทำงานชุมชนของแต่ละคนในยุค 4.0 ว่าควรเป็นอย่างไร

คำตอบจากผู้เข้าร่วมมีหลากหลายประเด็นด้วยกัน เช่น ไม่เวลา ตามเทคโนโลยีไม่ทัน ความรู้ที่แตกต่างกันของแต่ละชุมชน รู้สึกว่าตัวเองมีความรู้ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ไม่รู้จักตนเอง ไม่สามารถเข้าถึงชุมชนได้ ไม่กล้าแสดงออก ความไม่ตรงต่อเวลา และขาดทักษะการเขียนโครงการ เป็นต้น

“ไม่สุดโต่ง เป็นคนกลางๆ ซึ่งพร้อมจะร่วมกับคนอื่นได้”

จากนั้นนายมูฮำมัดอายุบ อธิบายถึงคุณลักษณะของคนที่จะทำงานชุมชนในบรรยากาศที่เรียกเสียงฮาได้ตลอดเวลาตามสไตล์ของมูฮำมัดอายุบ ปาทานว่า คนทำงานชุมชนต้อง คนทำงานชุมชนต้องไม่สุดโต่ง ต้องเป็นคนกลางๆ ซึ่งคนกลางๆพร้อมจะร่วมกับคนอื่นได้ รวมทั้งต้องเข้าใจตัวเองและเข้าใจสังคมด้วย หมายถึงรู้ปัญหาในชุมชน อยู่อย่างเดียวไม่พอต้องใส่ใจด้วย และต้องพัฒนาทักษะของตัวเองในการทำงานชุมชนด้วยเช่นกัน

7 เทรนด์การเปลี่ยนแปลงที่ต้องเข้าใจ

นายมูฮำมัดอายุบ กล่าวว่า ในการที่จะพัฒนาทักษะตัวเองได้นั้นก็ต้องต้องเข้าใจเทรนด์ใหม่หรือแนวโน้มสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

เทรนด์แรกคือ กลุ่มผู้หญิงเติบโตและเข้มแข็งมาก เทรนด์ที่ 2 มีเวทีเยอะมากในพื้นที่ทั้งของรัฐ ภาคประชาสังคม ของแหล่งทุน ซึ่งถ้าคนทำงานชุมชนทำจะด้วยก็ต้องมีทักษะ สามารถเขียนโครงการของงบประมาณได้ และถ้าจะทำงานให้ต่อเนื่องก็ต้องมีทักษะในการบริหารจัดการเป็น

การสื่อสารทำเองได้ ไม่ต้องรอนักข่าว

นายมูฮำมัดอายุบ กล่าวว่า เทรนด์ที่ 3 เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปคนทำงานชุมชนต้องใช้เป็น จะอยู่แบบเดิมไม่ได้เพราะสถานการณ์ถูกเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งนายมูฮำมัดอายุบได้ยกตัวอย่างที่ทีมงานของเขาได้ตั้งศูนย์รายงานสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวานนี้ว่า ทุกคนสามารถรายงานได้ผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์ ไม่ต้องรอให้นักข่าวมาทำข่าว

เทรนด์ที่ 4.งานความรู้มีความสำคัญมาก คนทำงานชุมชนต้องมีความรู้ ต้องหาความรู้คลอดเวลา ตัวอย่างเช่น ตอนนี้มีกระบวนการพูดคุยสันติภาพแล้ว ทุกฝ่ายทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายขบวนการที่สู้กับรัฐต่างก็หาความรู้เกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพ

เผยความต้องการซ้ำๆ “ยุติธรรม ปลอดภัย ยางแพง”

นายมูฮำมัดอายุบ กล่าวว่า เทรนด์ที่ 5 ตำตอบอยู่อยู่ที่หมู่บ้าน ในประเด็นนี้นายมูฮำมัดอายุบตั้งคำถามอีกว่า ในฐานะที่ทำงานชุมชนอะไรคือสิ่งที่ชาวบ้านอยากได้มากที่สุดหรือเจอซ้ำๆ มีหลายคนตอบว่า ต้องการความโปร่งใส ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ต้องการผู้นำเก่งและนำพาชุมชนได้ เป็นต้น

จากนั้นเขาก็ตัวอย่างที่ตัวเองเจอมาจากการทำเวทีต่างๆว่า มี 4 เรื่อง คือ 1.ต้องการความยุติธรรม 2.ต้องการความปลอดภัย 3.ต้องการให้ราคายางพาราแพงขึ้น และ  4.ต้องการให้หยุดใช้ความรุนแรง

พื้นที่-เชื่อม-บอกต่อ-เครือข่าย

นายมูฮำมัดอายุบ กล่าวว่า เทรนด์ที่ 6 ซึงนายมูฮำมัดอายุบถือว่ามีความสำคัญมากคือ ต้องมีเครือข่าย โดยเขาพูดถึงโครงการของ LDI ว่ามีต้นทุนถึง 4 เรื่องที่สำคัญ คือ 1.พื้นที่อยู่แล้ว เมื่อมีพื้นที่ก็ 2.มีการเชื่อม ซึ่งในการเชื่อมนั้นก็ต้องมีทักษะ เมื่อมีการเชื่อมก็เกิด 3.การบอกต่อ ก็คือการสื่อสารนั่นเอง แต่เป็นเรื่องที่คนทำงานชุมชนอ่อนที่สุด ทั้งที่เมื่อมีการสื่อสารแล้วก็มีการคุยข้ามกลุ่ม เมื่อคุยข้ามกลุ่มได้ก็เกิด 4.เครือข่าย

พูดเรื่องใหญ่แต่ไม่มีความรู้ ข้อสรุปเยอะแต่ข้อมูลน้อย

“ผมมาอยู่ปัตตานีตั้ง 10 ปี ตั้งแต่ตั้งศูนย์ข่าวอิศรา ตั้งศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กระทั่งตั้งศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ ปัญหาใหญ่ๆ 2 เรื่อง คือ 1.พูดเรื่องใหญ่แต่ไม่มีความรู้ 2.ข้อสรุปเยอะแต่ข้อมูลน้อย” นายมูฮำมัดอายุบ กล่าว

จากปัญหาที่พบดังกล่าว นายมูฮำมัดอายุบ เสนอแนะว่า ต้องกลับด้านกันนั่นคือต้องมีข้อมูลเยอะและหลากหลาย จึงจะมีข้อสรุปได้ และต้องกลับสู่พื้นฐาน คือกลับไปสู่การสร้างความเข้าใจจึงจะทำงานได้

คนทำงานชุมชนคือข้อต่อ หรือ Connecter

นายมูฮำมัดอายุบ กล่าวถึงประเด็นการการเชื่อมว่า คนทำงานชุมชนในโครงการนี้มีมีต้นทุนเยอะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของ LDI เองก็ทำงานเป็นข้อต่อหรือConnecter ด้วย แต่ถ้ามีความสุดโต่ง หรือคุยกันเฉพาะกันเองก็เป็นข้อต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าลงไปทำงานกับคนที่หลากหลายมากเท่าไหร่ คุยกันเยอะเท่าไหร่ ข้อเสนอก็จะยิ่งคมมากขึ้น

ต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

นายมูฮำมัดอายุบ กล่าว เทรนด์ที่ 7 คือ คนทำงานชุมชนต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ๆได้ในสิ่งที่ทำ เช่น การทำงานเชิงพื้นที่เพื่อพัฒนาไปสู่สิ่งใหม่ๆ แต่เรื่องเก่าที่ทำอยู่ก็สำคัญแต่ต้องมีเรื่องใหม่ด้วย เช่น ต้องตั้งกองทุนทำโครงการโดยไม่ต้องพึ่งพา LDI อย่างเดียว แต่มีแหล่งทุนอื่นมาสนับสนุนด้วย เป็นต้น

4 ข้อกังวล สรุปไม่เป็น ไม่ต่อเนื่อง ทำคนเดียว ไม่เชื่อมชุมชน

นายมูฮำมัดอายุบ ยังกล่าวถึงข้อท้าทายของการทำงานชุมชนว่า สิ่งที่กังวลมากคือ 1.ทำงานในชุมชนแต่สะท้อนปัญหาไม่ตรงกับที่ชุมชนต้องการ เพราะเขียนสรุปไม่เป็น หรือสรุปตามที่ตัวเองต้องการ

2.ความต่อเนื่องสำคัญ ซึ่งไม่ใช่ต่อเนื่องในเรื่องการทำงานประจำรายวัน แต่หมายถึงต้องมีความกระตือรือร้นในการทำงานด้วย

3.ทำงานในชุมชนนาน แต่เวลาอธิบายกับแหล่งทุนเหมือนทำงานคนเดียว ทั้งที่ไม่ใช่มีอยู่คนเดียว ต้องบอกว่ามีใครอยู่ข้างหลังบ้าง มีใครมาทำงานร่วมอยู่ด้วย

4.สุดท้ายในชุมชนมีจุดที่สามารถเชื่อมกันหลายจุด เช่น รพ.สต.(โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ), มัสยิด, ร้านน้ำชา ตลาด ซึ่งเป็นต้นทุนที่เชื่อมต่อกันได้ ตอนนี้ทหารเองก็ไปทำงานในแนวนี้มากขึ้น

“โลกสมัยใหม่ ถ้าคุณไม่ปรับตัวเอง คุณจะถูกปรับออก”

นายมูฮำมัดอายุบ กล่าวว่า สุดท้ายต้องใส่ใจความรู้และพลวัตที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ในพื้นที่มีคนตายจากความรุนแรงเยอะ แต่มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆเกิดขึ้นเยอะขึ้นเพราะอะไร มีตลาดนัดกลางคืนเยอะขึ้นเพราะอะไร ต้องอธิบายให้ได้

นายมูฮำมัดอายุบ กล่าวว่า คนทำงานชุมชน ต้องเป็นนักสื่อสารด้วย ไม่ใช่ไปประชุมอย่างเดียว และไม่ใช่สื่อสารกันเอง เพราะถ้าไม่ปรับตัวก็จะถูกคนอื่นมาปรับออกไป เพราะคนอื่นๆก็ทำแต่เปลี่ยนไม่ทำแบบเดิมๆแล้ว

“โลกสมัยใหม่ ถ้ามึงไม่ปรับตัวเอง มึงจะถูกปรับออก”

เป็นเครือข่ายนิรภาพsafety net หนุนเสริมสันติภาพ

นายมูฮำมัดอายุบ กล่าวว่า ท่ามกลางความขัดแย้งนี้ ในการทำงานไม่ต้องการคนทำงานแบบวิ่งพลัด 4X100 แต่ต้องการวิ่งมาราธอน คือ วิ่งไปด้วยกัน

นายมูฮำมัดอายุบ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า งาน LDI เป็นการหนุนเสริมสันติภาพ เพราะเป็นการสร้างเครือข่ายในการทำงาน เป็นเครือข่ายนิรภาพหรือ safety net ซึ่งสามารถเป็นเครือข่ายในการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพนั่นเอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

KK Park มีอะไรดีที่โคกเคียน ทำไมคนแห่ไปดูผลงานนักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่ของ ช.ช.ต.

“บาตูฆอ กรงปินัง”ธรรมชาติมหัศจรรย์ สิ่งสวยงามที่อาจหายไป "ช.ช.ต."จะช่วยได้อย่างไร

สัมภาษณ์พิเศษ เลขาธิการ LDI “จะหนุนงานสันติภาพเดินคู่กับงานพัฒนาชายแดนใต้ต่อไป”

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(1) รูปธรรมจากชุมชน-วัฒนธรรม-ตาดีกา-ประชาสังคม

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(2) ดูผลสำเร็จใน 5 พื้นที่ขัดแย้ง-กองทุนสันติภาพในไทย