10 อันดับ ไดอะบล็อก ในปี 2559 เว็บไซต์ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

พื้นที่ "ไดอะบล็อก" ในเว็บไซต์ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้เปิดให้เป็นเวทีและพื้นที่กลางเพื่อให้เป็นบทสนทนาจากแง่มุมของผู้คนในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานีผ่านงานของ "บล็อกเกอร์" ที่มีภูมิหลังและความคิดอันหลากหลาย ทั้งที่เป็นงานเขียน คลิปวิดีโอ ภาพถ่าย และสื่อชนิดต่างๆ โดยวางอยู่บนหลักการเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน

 

ปีนี้กองบรรณาธิการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ได้ประมวลสถิติ 10 อันดับบล็อกที่มียอดคนอ่านมากที่สุด ซึ่งหากเทียบกับปีที่แล้วบล็อกที่ติดอันดับไม่ได้ซ้ำซ้อนมากมีเพียงบล็อกของ BBC Patani FC  ที่ติดอันดับถึง 3 ข่าว และบล็อกอื่นๆ กระจายเนื่องจากมีบล็อกเกอร์หน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากจึงมีมุมข่าวที่หลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบล็อกที่ติดอันดับแรก เป็นของ Thapanee  ฐาปณีย์ เอียดศรีไชย นักข่าวจากสามมิติของช่อง 3 ซึ่งเป็นข่าวสะเทือนขวัญคนไทยทั่วประเทศจากเหตุระเบิดที่หน้าโรงเรียนตาบา อำเภอตากใบอันส่งผลให้เด็กน้อยคนหนึ่งต้องเสียชีวิต และเด็กคนหนึ่งต้องสูญเสียพ่อ  อันดับสองเป็นบล็อกของ BBC Patani FC  ซึ่งเป็นข่าวแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ทหารที่ออกกฎเหล็กเรื่องชู้สาว ส่วนอันดับที่ 3 เป็นบล็อกของ Iskandar Bin Mustafa ที่พูดถึง ดร.ซากิร ไนก์ นักพูดที่โด่งดังจากต่างประเทศเกี่ยวกับหลักศรัทธาที่ไม่สอดคล้องกับหลักของอูลามาอ์ อะห์ลุล ซุนนะห์ วัลยามาอะห์  นอกจากนั้นมีบล็อกเกอร์ใหม่ๆ ที่ติดอันดับเช่นกันไม่ว่าจะเป็น ดร.มาโนชญ์ อารีย์ ปรัชญเกียรติ ว่าโร๊ะ และ  บล็อกของเจ๊ะนูรีฮัน มาเลเซีย  หากไล่ดูบล็อกที่คนคลิกเข้าไปอ่านมีดังนี้ 

อันดับที่ 1

บล็อกที่มีคนคลิกเข้าไปอ่านมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งเป็นงานเขียนของ Thapanee  ฐาปณีย์ เอียดศรีไชย นักข่าวสามมิติช่อง 3  ถอดเรื่องจาก “ เหตุระเบิดที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส "ลูกใคร ใครก็รัก หัวอกของแม่ ไม่อยากให้เกิดแบบนี้ขึ้นอีก”  มียอดคนคลิกอ่านมากถึง 51,324 ครั้ง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ระเบิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คนหนึ่งในนั้นมีเด็กน้อยวัย 5 ขวบ และพ่อค้าซึ่งเป็นอดีตพนักงานของช่อง 3 และทิ้งลูกชายวัย 6 ขวบ ทำให้ข่าวนี้เป็นข่าวสะเทือนขวัญของชาวไทยอีกครั้ง ขณะที่ภาคประชาสังคมหลายองค์กรต่างก็ออกมาประณามกับเหตุการณ์ครั้งนี้

อันดับที่ 2

ตกเป็นบล็อกของ BBC Patani FC  ในชื่อเรื่องเรื่อง “กอ.รมน.ภาค 4 ออกกฎเหล็กห้ามกำลังพลก่อเรื่องชู้สาว ในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งกรรมการสอบและจะลงโทษสูงสุดกำลังพลที่ลักลอบพบหญิงสาวมุสลิม”  มีจำนวนคนคลิกอ่าน  34,544  ครั้ง การแถลงการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากทหาร 2 นาย ได้ลักลอบออกจากฐานปฏิบัติการ และนัดพบกับหญิงสาวชาวมุสลิม 2 คน เพื่อพบปะพูดคุยกันในบริเวณตาดีกาในเขตอำเภอธารโต จังหวัดยะลา แต่มีประชาชนมาพบ จึงได้นำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งให้กับ ผบ.ร้อย.ทพ. 3301 จึงเป็นเหตุให้มีการแถลงการณ์และออกกฎเหล็กดังกล่าว

อันดับที่ 3

เป็นบล็อกหน้าใหม่คือ  Iskandar Bin Mustafa  ในชื่อเรื่อง “ใครคือ ดร.ซากิร ไนก์? ตอนที่ 2 : ข้อกังวล ของอูลามาอ์ อะห์ลุล ซุนนะห์ วัลยามาอะห์ ต่อแนวทางอากีดะห์และฟิกฮ์ ของ ดร.ซากิร ไนก์”  มียอดคนคลิกอ่านทั้งหมด   17,770 ครั้ง  ดร.ซากิร ไนก์  เป็นนักดาอีย์ ที่มีชื่อเสียงและเต็มไปด้วยความสามารถที่เต็มเปี่ยม เป็นที่ยอมรับ และโด่งดังไปทั่วโลก แต่ อูลามาอ์ อะห์ลุล ซุนนะห์ วัลยามาอะห์ มีข้อกังวลเรื่องอากีดะห์และฟิกฮ์ของเขา อิสกันดาร์จึงได้รวบรวมประเด็นคำถามและคำตอบตามหลักอากีดะห์ของ ดร.ซากิร ไนก์ ไว้ 5 ประเด็น 

อันดับที่ 4  

บล็อกของ BBC Patani FC   ติดอันดับอีกครั้ง ในเรื่อง “เครือข่ายครูสอนศาสนาและประชาสังคมภาคใต้ยื่นหนังสือให้ผู้ว่าฯ ปัตตานี แถลงเหตุผลคนชายแดนใต้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฯ”  โดยมียอดคนคลิกอ่าน  14,728 ครั้ง การออกมาเคลื่อนไหวของเครือข่ายดังกล่าวนี้เพื่อชี้แจงเหตุผลและปฏิเสธที่บอกว่า มีการบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทำให้ผลการลงคะแนนเสียงประชามติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกมาไม่รับร่าง ทั้งที่ความเข้าใจของประชาชนและกังวลต่อมาตราบางอย่างโดยเฉพาะประเด็นศาสนาและการศึกษา

อันดับที่ 5  

บล็อกของ  Manoch Aree  ในบทความเรื่อง อิสราเอลหลายพันคนรวมตัวเรียกร้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ มียอดคนคลิกอ่านทั้งหมด 14,447 ครั้ง บทความชิ้นนี้ ดร.มาโนชญ์ อารีย์ หัวหน้าสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ได้แปลจากข่าวภาษาอังกฤษ “Thousands Of Israelis Take To The Streets Calling For Palestinian Genocide” ซึ่งเป็นการให้ข้อสังเกตว่า การรณรงค์ของมวลชนมหึมาที่ส่งเสียงให้ฆ่าชาวปาเลสไตน์และชาวอาหรับทุกคน ของชาวอิสราเอลนั้น กลับทำให้สังคมออนไลน์หรือข่าวตะวันตกเมินเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้  และให้ข้อสังเกตว่าหากการเคลื่อนไหวรณรงค์นี้ตรงกันข้าม โดยให้คนประท้วงเป็นชาวปาเลสไตน์หรือคนอาหรับสื่อกระแสหลักจะโต้ตอบอย่างไร

อันดับที่ 6   

เป็นบล็อกของ Mazlan_FTU อาจารย์มัสลัน มะหะมะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลับฟาฎอนี เขียนเรื่อง “คลื่นมหาชนและพลังดุอาของมุสลิมทั่วโลก คือเบื้องหลังชัยชนะของรัฐบาลตุรกีและความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับของกลุ่มไม่หวังดี” มียอดคนคลิกอ่าน 13,304 ครั้ง เป็นบทความสั้นๆ ที่เขียนภายหลังเหตุการณ์ก่อรัฐประหารในประเทศตุรกีที่ไม่ประสบความสำเร็จ และมีการแปลข้อความจากเพจของ เชค ดร.ยูซุฟ อัลเกาะเราะฎอวีย์ เช่น เรายืนหยัดเคียงข้างรัฐบาลและประชาชนตุรกี เพราะเราอยู่เคียงข้างความถูกต้อง อิสรภาพและประชาธิปไตย เราปฏิเสธการก่อรัฐประหาร เนื่องจากเรายืนตรงกันข้ามกับเผด็จการ ความล้าหลัง การทำลายล้างและอำนาจของทหาร

อันดับที่ 7

กลับมาที่บล็อกของ BBC Patani FC  อีกครั้ง ในชิ้นงานเรื่อง “ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ ลักษณะการก่อเหตุระเบิด 7 จังหวัดใต้ เป็นฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็น   มียอดคนคลิกอ่าน  12,699 ครั้ง ข่าวนี้เป็นบทสัมภาษณ์ของนาย แอนโทนี เดวิส นักวิเคราะห์ประจำประเทศไทยของกลุ่มไอเอชเอส  ที่วิเคราะห์ภายหลังเหตุระเบิด 7 จังหวัดเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็นในพื้นที่ที่ต้องการสื่อสารอะไรบางอย่างกับรัฐบาล ซึ่งอาจจะส่งสัญญาณให้รัฐไทยจริงจังกับการพูดคุยสันติภาพก็เป็นได้ แต่ไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเสื้อแดงเพราะไม่มีศักยภาพและไม่สอดคล้องกับช่วงเวลา ที่สำคัญกลุ่มเสื้อแดงทุกคนล้วนถูกจับตาจากเจ้าหน้าที่รัฐ

อันดับที่ 8 

เป็นบล็อกหน้าใหม่ของ  Prachyakiat  ปรัชญเกียรติ ว่าโร๊ะ  ในชื่อบทความวิชาการ  สตูล ในมลายูที่ไม่รู้สึก?  มียอดคนคลิกอ่าน 11,766 ครั้ง เป็นบทความที่ตั้งต้นจากคำกล่าวหาของคนในสามจังหวัดชายแดนใต้ต่อชาวสตูลซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับสามจังหวัดชายแดนใต้ ว่า “เป็นมลายูที่สยบยอมต่อรัฐไทย”  “มลายูไม่รู้สึก มลายูไร้ราก” ใบ-ปรัชญเกียรติในฐานะชาวสตูลจึงได้อธิบายเหตุผลผ่านงานวิจัย 2 เรื่องซึ่งก็สอดคล้องกับกับคำกล่าวดังกล่าวด้วยเพราะปัจจัยด้านประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์

อันดับที่ 9

เป็นบันทึกสั้นๆ หลังจากได้รับอิสรภาพ ของ นูรีฮัน มาเลเซีย มียอดคนคลิกอ่าน 11,109 ครั้ง   ซึ่งเจ้าตัวบันทึกในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังจากที่ DSI ควบคุมตัวเนื่องจากสงสัยในข้อความเฟสบุค และมีเพจที่หลายคนติดตาม ภายใต้กฎอัยการศึก เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2559

อันดับที่ 10   

เป็นบล็อกของ PAW เครือข่ายวาระผู้หญิงชายแดนใต้ซึ่งเป็น  “แถลงการณ์ด่วนพิเศษ กรณีระเบิดโต้รุ่งปัตตานี” มียอดคนคลิกอ่าน 9,669 ครั้ง เป็นการแสดงความเสียใจของณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ร่วมภาคประชาสังคมจำนวนหลายองค์กรในพื้นที่ ต่อเหตุระเบิดที่ตลาดโต้รุ่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาอันส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก