กลุ่มบุหงารายาผลักดัน Sekolah Melayu Bestari ด้านกระทรวงศึกษาฯ อนุมัติหลักสูตร KSPI

กลุ่มบุหงารายาเพื่อศึกษาและมูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (PERKASA) เสวนา Forum Pendidikan / Bestari Education Forum  ชี้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องสร้างความเข้าใจ ที่เกี่ยวกับโรงเรียนตาดีกาและปอเนาะที่แท้จริงให้กับคนไทยทั่วประเทศ กระทรวงศึกษาธิการอนุมัติใช้หลักสูตร Kurikulum Standard Pendidikan Islam : KSPI เพื่อไปใช้ในโรงเรียนตาดีกาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กลุ่มบุหงารายาเพื่อการศึกษา ร่วมกับ เครือข่ายโรงเรียนเบสตารีปาตานี สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) มูลนิธิศักยภาพชุมชน จัดเสวนา “Forum Pendidikan Bestari / Bestari Education Forum” โดยมีเครือข่ายโรงเรียนตาดีกาในพื้นที 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมประมาณ 200 คน

กลุ่มบุหงารายากับการผลักดัน Sekolah Melayu Bestari

นายฮาซัน ยามาดีบุ ประธานกลุ่มบุหงารายาเพื่อการศึกษาได้รายงานผลการดำเนินงานของกลุ่มในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน การพัฒนาหลักสูตร KSPI ที่ได้จัดทำคู่มือหลักสูตรและหนังสือพัฒนาความสามารถด้านภาษาทั้งมลายูกลาง และมลายูถิ่น รวมทั้งการศึกษาดูงาน การฝึกหัดและงานสัมพันธ์การศึกษาระหว่างประเทศ ซึ่งกลุ่มบุหงารายาได้ให้ทุนการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาจำนวน 2 ทุน และได้นำครูอาสาชาวอาเจะห์ อินโดนีเซียและมาเลเซียจำนวน 7 คนมาสอนภาษามลายูกลางในโรงเรียนตาดีการในจังหวัดชายแดนใต้ในโครงการแลกเปลี่ยนครูดาดีกา

สำหรับหลักสูตร “KSPI” หรือ Kurikulum Standard Pendidikan Islam ที่มีสาระสำคัญคือการสอดแทรกวิชาสันติภาพศึกษา (Peace Study) ในกิจกรรมการเรียนการสอนนั้นคณะนี้ได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งโรงเรียนตาดีกานำร่องที่ใช้หลักสูตรนี้จำนวน 10 โรง ซึ่งจะเรียกโรงเรียนเหล่านี้ว่า Sekolah Melayu Bestari

ทั้งนี้มีโรงเรียนตาดีกาที่ใช้หลักสูตรนี้ประกอบ 1.โรงเรียนตาดีกา บาสาเวาะเซ็ง ต.ปิตูมูดี 2.โรงเรียนตาดีการุมปุตปาหิต ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 3.โรงเรียนตาดีกาตาโละแมะนา ต.ตาโละแมะนา อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี 4.โรงเรียนตาดีกาปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี 5.โรงเรียนตาดีกาบาโง ต.ปานัน อ.มายอ จ.ปัตตานี 6. โรงเรียนตาดีกาพงยามู ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ปัตตานี 7. โรงเรียนตาดีกาฮูแตยือลอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจา จ.นราธิวาส  8.โรงเรียนตาดีกาปุโป ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส 9.โรงเรียนตาดีกาดามาบูเวาะห์ ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส 10.ตาดีกาบ้านควน อ.เมือง จ.สตูล

วงเสวนาความท้าทายต่ออนาคตการศึกษาปาตานี

วันดังกล่าวมีการสานเสวนาในหัวข้อ อนาคตและความท้าทายการศึกษาปาตานี : Cabaran dan Masa Depan : Pendidikan Patani มีอุสตาสฮานาฟี ยามาลุดดีน นักวิชาการมหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซีย (UKM) รองศาสตราจารย์อับดุลเลาะ อับรู นักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และนางชลิดา ทาเจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศักยภาพชุมชนเป็นวิทยากร

เวทีเสวนาได้อภิปรายในประเด็นที่ท้าทายในหลายประเด็น เช่น ปัจจุบันนี้คนในพื้นที่ชายแดนใต้ ออกไปเรียนต่างประเทศจำนวนมากทั้งในประเทศโลกอาหรับ หรือบางคนไปสหรัฐอเมริกา เมื่อบุคคลเหล่านี้กลับมาพยายามที่จะเอารูปแบบของการศึกษาในต่างประเทศมาใช้ ซึ่งทำให้เกิดความแตกแยกทางทัศนะ ในความเป็นจริงแล้วควรเอาความรู้จากต่างประเทศมาเสริมให้กับการศึกษาในพื้นที่ เพื่อการศึกษาในพื้นที่ดีมากยิ่งขึ้น

อีกความท้าทายหนึ่งคือ วิชาศาสนาไม่ใช่วิชาเลือกสำหรับคนมุสลิมแต่เป็นวิชาภาคบังคับ การที่คนในพื้นที่เรียนรู้ตาดีกาและสถาบันปอเนาะทำให้คนในพื้นที่ยังสามารถรักษาประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามให้ยังคงอยู่พร้อมๆ กับการเป็นคนดีของสังคมได้ท่ามกลางยุคของโลกาภิวัฒน์ ขณะที่หลายชุมชนในยุคปัจจุบันที่ถูกกระแสโลกาภิวัฒน์กลืน เช่น เยาวชนคนไทยพุทธเข้าวัดน้อยมาก มีแต่คนแก่ที่เข้าวัด เป็นต้น แตกต่างจากคนที่นี่ที่เยาวชนในพื้นที่ที่ยังปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัด

นอกจากนั้น สิ่งที่จะต้องทำให้ได้ คือ ต้องเสริมวิชาโลกาภิวัฒน์ เพื่อให้เด็กๆเรียนรู้ว่าโลกาภิวัฒน์ มีความหมายอย่างไร ต้องเสริมวิชาด้านเศรษฐกิจเพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงตัวเองได้

วงเสวนาพูดถึงประเด็นท้าทายที่จะต้องทำความเข้าใจกับสังคมไทยทั่วประเทศด้วยว่าในความเป็นจริงแล้วโรงเรียนตาดีกากับปอเนาะเป็นอย่างไร เพื่อที่จะให้ให้รัฐมีนโยบายการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ เพราะรัฐยังมองโรงเรียนตาดีกากับปอเนาะในแง่ลบ ซึ่งรัฐพยายามให้ปอเนาะกลายมาเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามแต่ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงรักษาการศึกษาระบบปอเนาะไว้

อีกความท้าทายหนึ่งคือ เด็กๆ ปัจจุบันเรียนตาดีกา แต่ไม่สามารถที่จะอ่านเขียนภาษามลายูได้ แตกต่างคนสมัยก่อนที่เรียนตาดีกาแล้วสามารถอ่าน เขียน ภาษามลายูได้ แสดงเห็นว่าคนสมัยก่อนมีความมุ่งมั่นในการเรียนภาษามลายูมากกว่าคนในสมัยนี้

ส่วนสิ่งที่เป็นข้อท้าทายสำหรับการใช้หลักสูตร KSPI คืออาจจะไม่สามารถนำหลักสูตรนี้มาใช้กับในพื้นที่ได้ทั้งหมด เพราะในพื้นที่มีหลากหลายหลักสูตรที่ใช้ในการเรียนการสอนในโรงเรียนตาดีกา แต่อย่างก็ตามกลุ่มบุหงานรายาต้องพยายามเอาหลักสูตรมาใช้กับบางกลุ่มเพื่อพัฒนาเด็กๆ ในพื้นที่ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ต้องการหลักสูตรด้านสันติภาพ