ศาลเลื่อนฟังคำสั่งยกเลิกมูลนิธิ เจ้าของโรงเรียนอิสลามบูรพา

dsj's picture

ศาลนราธิวาสเลื่อนนัดฟังคำสั่งไต่สวนยกเลิกมูลนิธิอัดดีรอซาตอัลอิสลามียะห์ เจ้าของโรงเรียนอิสลามบูรพาไปเป็นวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 เนื่องจากอดีตประธานในฐานะจำเลยออกนอกประเทศเดินทางไปทำฮัจย์

               ศาลจังหวัดนราธิวาสเลื่อนนัดฟังคำสั่งไต่สวนคำร้องขอให้ยกเลิกมูลนิธิอัดดีรอซาตอัลอิสลามียะห์ เจ้าของโรงเรียนอิสลามบูรพา อ.เมือง จ.นราธิวาส ของผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดนราธิวาส คดีหมายเลขดำที่ 362/2552 ความแพ่ง จากวันที่ 8 ตุลาคม 2555 ออกไปเป็นวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 เนื่องจากนายอุเซ็ง ปุโรง อดีตประธานมูลนิธิอัดดีรอซาตอัลอิสลามียะห์ในฐานะจำเลยติดภารกิจเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย

ในคำร้องระบุว่า คดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2550 ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้มีคำสั่งถอนใบอนุญาตการก่อตั้งโรงเรียนอิสลามบูรพา ซึ่งออกให้แก่มูลนิธิอัดดีรอซาตอัลอิสลามียะห์ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้าตรวจค้นภายในบริเวณโรงเรียนอิสลามบูรพา เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2550 โดยพบอาวุธปืน วัตถุระเบิด รวมทั้งอุปกรณ์การประกอบวัตถุระเบิด และจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 7 คน

ต่อมาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 1 ตรวจสอบแล้วเห็นว่าโรงเรียนอิสลามบูรพาเป็นแหล่งที่มีการประชุมวางแผนการก่อเหตุร้าย การปลูกฝังอุดมการณ์ที่เป็นภัยต่อประเทศชาติ อีกทั้งเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้ก่อเหตุร้าย และจากการตรวจสอบโดยนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดนราธิวาสพบว่ามูลนิธิอัดดีรอซาตอัลอิสลามียะห์ ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจดทะเบียนมูลนิธิการดำเนินกิจการและการทะเบียนมูลนิธิพ.ศ.2545 และตามประมวลผลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนี้

ก.ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจดทะเบียนมูลนิธิ การดำเนินกิจการและการทะเบียนมูลนิธิ พ.ศ.2545 ข้อ 13 กล่าวคือ ไม่รายงานการดำเนินกิจการของมูลนิธิ คือ 1.รายงานการดำเนินกิจการของมูลนิธิในปีที่ผ่านมา 2.บัญชีรายได้รายจ่ายและสำเนางบดุลของมูลนิธิในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับอนุญาตรับรองความถูกต้องแล้ว และ 3.สำเนารายงานการประชุมของคณะกรรมการมูลนิธิ ทุกครั้งในปีที่ผ่านมา

ข. ไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 131(2) กล่าวคือ มูลนิธิกระทำการขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรืออาจเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะได้เกิดคดีเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงของชาติกับบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับมูลนิธิอัดดีรอซาตอัลอิสลามียะห์ โดยเฉพาะประธานมูลนิธิคนเก่า คือนายอุเซ็ง ปุโรง และประธานมูลนิธิคนใหม่ คือนางสาวซูใบดะห์ ดอเลาะ ต้องหาคดีอาญาอยู่ในฐานะหรือความประพฤติไม่เหมาะสมการให้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ

จากเหตุผลดังกล่าว นายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดนราธิวาสพิจารณาแล้วเห็นว่ามูลนิธิอัดดีรอซาตอัลอีสลามียะห์ ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎกระทรวงมหาดไทยและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ดังกล่าวจริง และพฤติการณ์ที่ส่อให้เห็นว่าอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกฎกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจดทะเบียนมูลนิธิ พ..2545 ข้อ 17 และพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ..2534 ข้อ 30 และจังหวัดนราธิวาส ได้มีหนังสือขอให้ชี้แจ้งเหตุผลไม่ปฏิบัติ ตามกฎกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยจดทะเบียนมูลนิธิ การดำเนินกิจการและการทะเบียนมูลนิธิ พ..2545 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมูลนิธิอัดดีรอซาตอัสลามียะห์ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ได้รับการชี้แจ้งหรือแถลงเหตุผลจากมูลนิธิในกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด

ดังนั้น ผู้ร้องในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดนราธิวาส จึงขอยื่นคำร้องต่อศาลให้ไต่สวนและมีคำสั่งให้เลิกมูลนิธิอัดดีอีสลามียะห์