เครือข่ายสหกรณ์อิสลามฯ-สำนักจุฬาฯ-มฟน.ระดมเงินบริจาค 6 แสนช่วยเหยื่อน้ำท่วมนครศรีฯ

เครือข่ายสหกรณ์อิสลามฯ ร่วมกับสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาฯ สถาบันอัสสลาม มฟน.ระดมเงินบริจาคได้ 6 แสน ทำถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมนครศรีธรรมราช นำอาสาสมัคร 150 คนลงพื้นที่ช่วยประชาชน ชี้ยามลำบากต้องระดมกำลังมาช่วยเหลือ ด้านผู้ประสบภัยชาวนครฯเผยดีใจที่องค์กรมุสลิมช่วยเหลือทั้งมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม

 

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560 เครือข่ายสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทยร่วมกับสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี สถาบันอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฎอนี (มฟน.)และภาคีองค์กรเครือข่าย ได้ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยทำถุงยังชีพประมาณ 2,500 ถุง เงินบริจาคที่สถาบันอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนีและเครือข่ายมนุษย+ธรรมได้รับบริจาคประมาณ 6 แสนกว่าบาท พร้อมทีมอาสาสมัครกว่า 150 คนกระจายลงพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมเพื่อมอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือ เช่น อ.เชียรใหญ่ และ อ.เมือง ภายใต้แนวคิด“ด้วยรัก และห่วงใย จากใจสู่ใจ สู่ผู้ประสบภัยภาคใต้”

ผศ.ดร.วรวิทย์  บารู ประธานเครือข่ายสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย และประธานชุมนุมสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า สหกรณ์อิสลามทั่วประเทศได้ร่วมกันระดมเงินบริจาค เพื่อจัดทำเป็นถุงยังชีพไปบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ถือเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมาก รวมทั้งการร่วมกันขององค์กรมุสลิมหลายภาคส่วนในการร่วมกันช่วยเหลือในครั้งนี้ และต้องขอบคุณสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักงานจุฬาราชมนตรี สถาบันอัสสลาม

นายอิสมาแอล หมัดอาดั้ม ประธานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมภายในประเทศ สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักงานจุฬาราชมนตรี กล่าวว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉินและประสบภัยน้ำท่วมแบบนี้ การร่วมกันช่วยเหลือจากภาคีเครือข่ายต่างๆ ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก และในภาวะประสบภัยแบบนี้ เราต้องมีจิตสำนึกในการช่วยเหลือผู้อื่นจากกำลังความสามารถที่เรามีอยู่ เพื่อแบ่งเบา บรรเทา และให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างนี้  หวังว่าการช่วยเหลือในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามแก่ผู้คน

ผศ.ดร.วุฒิศักด์ พิศสุวรรณ ตัวแทนศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า น้ำท่วม จ.นครศรีธรรมราชครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดครั้งหนึ่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง  เกือบทุกอำเภอ

นางฮาซานะฮ์ มามะสาหะ ชาวบ้านนารายณ์ ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เมื่อมีองค์กรมุสลิมที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตนก็รู้ดีใจ เพราะภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งนี้ ถือว่าเป็นภัยพิบัติที่รุนแรงที่สุดในรอบ 15 ปี ที่สำคัญที่สุดคือเป็นการช่วยเหลือโดยที่ไม่ได้เลือกศาสนา เพราะการช่วยเหลือในครั้งนี้มีการช่วยเหลือทั้งคนมุสลิมและคนที่ไม่ใช่มุสลิม