เกี่ยวกับเรา

ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch – DSW) เป็นองค์กรประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมและวิชาการทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีต้นกำเนิดจากการเปลี่ยนแปลงและต่อยอดจากศูนย์ข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเมื่อกลางปี 2549 ภายใต้ภารกิจสำคัญ คือ สร้างกระบวนการเรียนรู้ความขัดแย้งและความรุนแรงในชายแดนภาคใต้โดยใช้ข้อมูลและการคิดค้นหาเหตุผลเพื่ออธิบายปรากฏการณ์จากมิติต่างๆ พร้อมทั้งทำหน้าที่เตือนภัยต่อสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลายเป็นพื้นที่สาธารณะในการเรียนรู้ของสังคม พร้อมทั้งให้สื่อมวลชน นักวิชาการ นักพัฒนาเอกชน ข้าราชการ และประชาชนทั่วไปช่วยกันเฝ้ามองปัญหาและเข้าใจปัญหาผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน

เรายังได้ร่วมพัฒนาระบบข้อมูลเฝ้าระวังสถานการณ์ทั้งในด้านโครงสร้างของความรุนแรง การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและความรู้สึกของสังคมและชุมชนต่อเหตุการณ์ความรุนแรง รวมทั้งพัฒนาตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ ในด้านโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงในชายแดนภาคใต้ให้กลายเป็นศูนย์ข้อมูลและความรู้สารสนเทศ สำหรับการเรียนรู้และค้นคว้าที่น่าเชื่อถือในวงกว้าง

ในอีกด้านหนึ่ง เราทำหน้าที่ในการสื่อสารข้อเท็จจริงจากพื้นที่และการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงเหล่านั้นด้วยมิติอันหลากหลายในพื้นที่สาธารณะ พร้อมทั้งผลักดันให้การขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงความขัดแย้งและคลี่คลายความรุนแรงให้เป็นไปในทิศทางที่นำไปสู่สันติภาพและความยุติธรรม ผ่านกระบวนการที่มีพื้นฐานจากองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย

คณะทำงานที่เป็นแกนกลาง (Core Group) ของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ อันประกอบด้วยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ชมรมแพทย์ชนบท เครือข่ายเฝ้าระวังการบาดเจ็บจากความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (VIS) ศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศวชต.) สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย โครงการก่อตั้งมูลนิธิสื่อสารสาธารณะและคณะทำงานสนามข่าวสีแดง จะเป็นกลไกขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ผ่านกิจกรรมอันหลากหลาย อาทิเช่น งานศึกษาวิจัย งานรวบรวมสถิติเพื่อจัดทำฐานข้อมูล เวทีระดมคลังสมอง การจัดทำสื่อผ่านเว็บไซต์และบุ๊กกาซีน เป็นต้น โดยมีคณะกรรมการบริหารศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้เป็นผู้กำกับทิศทางการทำงาน โดยที่ปัจจุบันศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้เป็นหนึ่งในองค์กรใต้ร่มของสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (Center for the Study of Conflict and Cultural Diversity in Southern Thailand - CSCC) แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ลงทะเบียนรับข่าวสาร |
RSS Feed Twitter
บล็อกล่าสุด
Summarizing Six Years of the Southen Fire: Dynamics of Insurgency and Creation of a Vision of Instigating Violence
สรุปหกปีไฟใต้: พลวัตการก่อความไม่สงบกับการสร้างจินตกรรมของการก่อความรุนแรง
อัตลักษณ์นักศึกษามุสลิมกับปัญหาการอยู่ร่วมในรั้วมอ.หาดใหญ่
วิวาทะการทำหน้าที่สื่อมวลชนแบบไทยไทยที่ชายแดนใต้กับการโต้ตอบของคนสามจังหวัด
อัตลักษณ์
บทเรียนจากเครื่อง จีที 200 - 1 ชั่วโมงเต็ม
VIS Report: Surveillance of Injuries over the past 3 years (January 2007 - December 2009)
ทหารไม่เปลี่ยนใจ ยังคงมั่นใจในความแม่นยำของเครื่องจีที 200 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และระบุว่า จะใช้งานเครื่องจีที 200 ต่อไป"
ภายใต้ดวงอาทิตย์ประเทศสารขัณฑ์ ไม่มีอะไรที่รัฐบาล ทหาร ตำรวจ ทำไม่ได้
จดหมายเปิดผนึก: กองทัพบกต้องเลิกใช้ GT200 และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
จีที 200 :คนใช้ก็อันตราย คนตกเป็นเป้าหมายก็สูญเสีย
ผ่าการ์ด GT200 แม่ง ขาวโอโม ดีจัง ไม่เห็นอะไรเลย
สิทธิวิวาทะ...ชาวบ้านเขียนกฎหมาย ได้จริงหรือ?
GT200 ตรวจจับความไม่โปร่งใสในการสั่งซื้อ ได้แม่นยำกว่าระเบิด
ใครช่วยไปปราบเซียนทีเถิด รุ่นนี้มีแบตด้วย ปล่อยไว้นานความเชื่อจะซึมลึก เป็นภัยมหันต์
โปรดฟังชัดๆ อีกครั้ง ll โยนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงพื้นที่อธิบาย นอกจากนี้ยังจะฉวยโอกาสซื้อของที่แพงกว่าจีที 200 !!!
นักข่าวพลเมือง สื่อใหม่ขับเคลื่อนสังคมไทย
CNN แฉ GT200 ที่ทหารไทยใช้ ลวงโลก แหกตา
วิพากษ์ภาพยนตร์โฆษณา “ตลาด” และ “รถเมล์” กับการลดความรุนแรงต่อสตรีในสังคมไทย
วิวาทะการทำหน้าที่ “สื่อมวลชนแบบไทย ไทย ที่ชายแดนใต้ ” : กับการโต้ตอบของคนสามจังหวัด